ลั่วชิงยวนจ้องมองพวกเขาด้วยความระแวดระวัง ในมือซ่อนเตี่ยฉุยไว้
ในยามนี้นางอ่อนแอเกินไป ได้แต่พึ่งพาเตี่ยฉุย
หวังเพียงจะพาทั้งสองหนีออกไป
แต่ในขณะนั้นเอง คนใบ้กลับเดินมายืนอยู่เบื้องหน้าลั่วชิงยวน มองพวกเขาด้วยเจตนามุ่งสังหาร
ถูหมิงและคนอื่น ๆ มิทราบถึงความแข็งแกร่งของคนใบ้ ในเมื่อเขาสังหารฝูเหมิ่งได้ย่อมมิอ่อนแอ จึงไม่มีใครกล้าลงมือโดยพลการ
แต่เมื่อได้ยินเสียงงูในป่า
ถูหมิงจึงตัดสินใจเสี่ยง
“ลุย!”
เมื่อได้ยินคำสั่ง หลายคนก็พุ่งเข้ามา
ถูหมิงก็ยกดาบขึ้นฟันเช่นกัน
เปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร
การต่อสู้ใกล้ปะทุขึ้น
ลั่วชิงยวนและคนใบ้ร่วมมือกันต้านทานคนเหล่านี้
นางและคนใบ้ทาผงไล่งูไว้บนตัวแล้ว ในยามนี้จึงมิเกรงกลัวว่างูจะเข้ามาล้อมโจมตี
ทันใดนั้นเอง ก็มีฟ้าแลบหลายครั้งปรากฏขึ้นบนท้องฟ้ายามราตรี
แสงสว่างวาบไปทั่วบริเวณ
ในความสว่างชั่วครู่ของสายฟ้านั้นปรากฏร่างในชุดสีแดงขึ้นในสายตาของทุกคน
มีคนร้องอุทานออกมา สายตาจับจ้องไปที่ความมืด “เมื่อครู่นี้อะไรกัน!”
คนอื่น ๆ กลืนน้ำลายลงคอด้วยความตกใจ
ลั่วชิงยวนเหลียวมอง จึงเห็นสตรีชุดแดงแวบผ่านไป
นางโผล่มาอีกแล้ว
เมื่อสายฟ้าแลบขึ้นอีกครั้ง สตรีชุดแดงก็เปลี่ยนที่
ใบหน้าซีดขาวทำให้ผู้คนกรีดร้องด้วยความกลัว
ทันใดนั้นเอง งูในป่าก็มากันหมดแล้ว
ราวกับได้ยินเสียงสัญญาณบางอย่างจึงมุ่งหน้ามาที่นี่
เสียงเลื้อยของพวกมันทำให้ขนลุกชัน
สถานการณ์เริ่มโกลาหลวุ่นวาย
ถูหมิงและพวกต่างยุ่งเกินกว่าจะดูแลตัวเองจนไม่มีเวลาแย่งชิงเข็มทิศของลั่วชิงยวน
เมื่อได้โอกาส ลั่วชิงยวนและคนใบ้จึงพยุงซูเซียง แล้วรีบหนีไปอีกด้านหนึ่ง
แม้ว่าพวกเขาจะทาผงไล่งูแล้ว แต่ระหว่างทางหนีก็ยังมีงูมากมาย ทำให้ความเร็วของพวกเขามิเร็วเท่าใดนัก
แต่เมื่อหยุดนิ่งอีกครั้ง ลั่วชิงยวนก็ตกใจเล็กน้อย “ไม่มีเสียงแล้ว...”
ด้านหลัง...
ไม่มีเสียงใดอีก
ไม่มีเสียงงู ไม่มีเสียงฝีเท้าของถูหมิงและคนอื่น ๆ ที่ไล่ตามมา
คนใบ้ก็อาศัยแสงจันทร์สังเกตการณ์โดยรอบ ที่นี่ดูเหมือนจะไม่มีงู
พุ่มหญ้าค่อนข้างหนาทึบ ลั่วชิงยวนย่อตัวลงเก็บเห็ดหลินจือได้ต้นหนึ่ง
“วิ่งมาเร็วเกินไป มิรู้ว่าเข้ามาในที่แห่งใดแล้ว ภูเขาลูกนี้เหมือนเขาวงกต แต่ละที่มีอันตรายแตกต่างกัน”
“อย่างไรเสียก็พักผ่อนที่นี่ก่อนเถิด”
ลั่วชิงยวนพาทั้งสองเดินต่อไป หาที่ค่อนข้างโล่งที่หญ้ามิรก เพื่อป้องกันการถูกซุ่มโจมตี
จากนั้นก็สร้างอาคมลวงตาอีกครั้ง
ซูเซียงพิงก้อนหิน ร่างกายเกือบหมดสภาพแล้ว
อาการบาดเจ็บของคนใบ้ก็สาหัสยิ่ง บาดแผลที่เดิมทีเลือดหยุดไหลไปแล้วคราวนี้กลับมามีเลือดไหลอีก
ลั่วชิงยวนสีหน้าเคร่งขรึม คิดว่ากว่าฟ้าจะสางก็คงอีกนาน
“ที่นี่น่าจะมีสมุนไพร ข้าจะออกไปหาดู เจ้าทั้งสองรอข้าอยู่ที่นี่เถิด”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...