แรงมหาศาลซัดกระแทกฝูเหมิ่งออกไป ช่วยคนใบ้ไว้ได้สำเร็จ
นางถือกระบี่ห้วงสวรรค์แน่นบุกประชิดเข้าไปอีกครั้ง ฟาดฟันฝูเหมิ่งจนมิอาจต้านทานได้
อานุภาพช่างรุนแรงยิ่งนัก ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกจองจำมานับพันปี ในที่สุดก็ได้ลิ้มรสเลือดและมิอาจหยุดยั้งได้อีกต่อไป
แม้กระทั่งลั่วชิงยวนยังสัมผัสได้ถึงแรงอาฆาตและความเกลียดชังอันรุนแรงในใจของสตรีผู้นั้น
สุดท้ายฝูเหมิ่งก็พ่ายแพ้และหนีหายไป
เดิมทีนางตั้งใจจะไล่ตาม แต่ร่างกายของลั่วชิงยวนใกล้จะรับมิไหวแล้ว
ยันต์แผ่นนั้นบีบบังคับให้สตรีชุดแดงผู้นั้นออกไปจากร่างของลั่วชิงยวน
ในชั่วขณะนั้น ลั่วชิงยวนก็ทรุดเข่าลงกับพื้นแล้วกระอักเลือดออกมาคำโต
เบื้องหน้าของนางคือชุดสีแดงสดที่ปลิวไหวตามลมยามราตรี
ในเวลานี้เอง ลั่วชิงยวนก็สังเกตเห็นว่า รองเท้าปักลายสีแดงของนางเหมือนเป็นรองเท้าที่สวมในวันแต่งงาน
เสียงที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มดังขึ้น “อย่าลืมสิ่งที่เจ้าสัญญาไว้กับข้า”
“ข้าจะกลับมาหาเจ้าอีก”
ลั่วชิงยวนเงยหน้าขึ้น เห็นใบหน้าซีดเผือดภายใต้แสงจันทร์และผมยาวดำขลับสยายลงบนบ่า
ในชั่วขณะนั้น ลั่วชิงยวนกลับรู้สึกว่าคุ้นหน้าอยู่บ้าง
ความกล้าหาญที่แฝงอยู่บนใบหน้าของนางคล้ายกับในภาพวาดนั้น...
“เจ้ามีนามว่ากระไร?”
สตรีใบหน้าซีดขาวแย้มยิ้ม มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็หายตัวไปจากเบื้องหน้าของลั่วชิงยวน
เสียงลมพัดพาเสียงหัวเราะของสตรีผู้นั้นผ่านเข้าไปในหูของลั่วชิงยวน
“รื้อของของข้าไปตั้งมากมาย ได้ดูรูปวาดของข้าตั้งมากหลาย ยังมิรู้ว่าข้าเป็นใครอีกรึ?”
เสียงนั้นแผ่วเบาแล้วค่อย ๆ จางหายไป
ลั่วชิงยวนใจเต้นแรง
“อวี๋ตันเฟิ่ง!”
เจ้าเมืองแห่งภูตผี!
สตรีชุดแดงที่ติดตามพวกนางมาตลอด ที่แท้ก็คือเจ้าเมืองแห่งภูตผีอวี๋ตันเฟิ่ง!
มิแปลกใจเลยที่นางไปแตะพิณโบราณ เพราะที่นี่เดิมทีก็เป็นสถานที่ที่นางเคยใช้ชีวิต
บนร่างของเขามีตะปูฝังอยู่จำนวนมาก แต่ล้วนหลีกเลี่ยงจุดสำคัญ
ซ้ำยังมีรอยแผลเป็นมากมาย แทบจะไม่มีบริเวณใดที่เป็นเนื้อหนังสมบูรณ์เลย
“บาดแผลของเจ้า… เกิดจากอะไร? เหตุใดจึงสาหัสถึงเพียงนี้...” ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วมองบาดแผลที่น่าสยดสยอง
คนใบ้หลับตาลง มิได้เอ่ยคำใด
เพียงแค่กำหมัดแน่น พยายามอดทนต่อบางอย่างไว้
ลั่วชิงยวนช่วยพยุงคนใบ้ให้ลุกขึ้นมา “เจ้าอดทนก่อน ข้าจะรักษาบาดแผลให้เจ้า”
นางรีบไปตักน้ำสะอาดมาแล้วเตรียมเข็มและด้ายรวมถึงยาด้วย
บาดแผลบริเวณไหล่ลึกเกินไป จำเป็นต้องเย็บ
“เจ้าอดทนหน่อยนะ” ลั่วชิงยวนกล่าวพลางหยิบเข็มและด้ายมาเย็บแผล
คนใบ้มิได้ขยับเขยื้อนราวกับมิรู้สึกเจ็บปวดเลย ความอดทนนี้ทำให้ลั่วชิงยวนประหลาดใจ
ระหว่างที่รักษาบาดแผลที่หลังของเขาเสร็จแล้วนางก็หยิบยาขี้ผึ้งมาทาบาดแผลเก่าที่หน้าอกของเขาด้วย
เมื่อปลายนิ้วของนางสัมผัสโดนร่างของเขา ร่างกายของเขาก็เกร็งขึ้นมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...