ลั่วชิงยวนก็รับรู้ได้เช่นกันว่าร่างของเขาแข็งทื่อไป นางจึงรีบกล่าวว่า “ข้าเห็นว่าบาดแผลของเจ้าสาหัสมาก ข้าเพียงทายารักษาบาดแผลให้เจ้าเท่านั้น”
คนใบ้พยักหน้า
เขานั่งขัดสมาธิอยู่กับที่ ทำท่าทีสงบนิ่ง แต่ก็อดมิได้ที่จะกำแขนเสื้อแน่น
ลั่วชิงยวนขยับเข้าไปใกล้ ตั้งใจจะเช็ดตัวและทายาให้เขา ในใจนางตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง ร่างกายของเขามีแต่บาดแผลสาหัส มิแปลกใจเลยว่าเหตุใดถึงผ่ายผอมเช่นนี้
ราวกับเป็นโครงกระดูก เห็นไหปลาร้าและซี่โครงชัดเจนยิ่ง ดูแล้วน่าสงสารนัก
ฟู่เฉินหวนหลุบตามองสตรีที่อยู่ตรงหน้า กลิ่นหอมจางจากเส้นผมของนางโชยเข้าสู่ปลายจมูก เขามองคิ้วขมวดและสีหน้าวิตกกังวลของนาง
เมื่อใกล้ชิดเช่นนี้ เขาปรารถนาอยากจะกอดนางไว้เหลือเกิน
แต่เขาทำมิได้
เขาพยายามควบคุมตนเองให้สงบอย่างหนัก แม้กระทั่งควบคุมลมหายใจให้คงที่
หลังจากที่ลั่วชิงยวนพันแผลเสร็จก็ไปต้มยามาให้แล้ววางไว้ข้าง ๆ เพื่อรอให้อุ่นลง
ในขณะที่อากาศยามราตรีค่อนข้างดี ลั่วชิงยวนอดมิได้ที่จะหันไปถามเขาว่า “เหตุใดบนร่างกายเจ้าจึงมีบาดแผลมากมายเพียงนี้?”
คนใบ้นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนทำท่าขยับนิ้วบอกว่าจะเขียน
แต่ไม่มีกระดาษและพู่กัน
ลั่วชิงยวนจึงยื่นมือไปข้างหน้าให้เขา
คนใบ้ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็เขียนบนฝ่ามือของนางว่า นักฆ่าทุกคนล้วนเป็นเช่นนี้มิใช่หรือ
ลั่วชิงยวนเลิกคิ้วขึ้น “เจ้าเก่งกาจถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงต้องทำงานให้ฉินอี้ เจ้ามิคิดว่าเขาเป็นคนไร้ความสามารถหรอกหรือ?”
คนใบ้เขียนตอบว่า เขาเคยช่วยชีวิตข้าไว้
ลั่วชิงยวนประหลาดใจ “เขาให้เจ้ามาปกป้องข้า เจ้าจึงได้ยอมเสี่ยงชีวิตเช่นนี้หรือ?”
คนใบ้ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็พยักหน้า
เรื่องนี้ทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึกเศร้าเล็กน้อย หากเป็นเช่นนั้น นางก็ติดหนี้บุญคุณฉินอี้แล้วใช่หรือไม่?
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางก็เลิกคิ้วมองไปที่คนใบ้ “เจ้ามีนามว่ากระไร?”
คนใบ้ลังเลเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ เขียนตัวอักษรตัวหนึ่งลงบนฝ่ามือนาง
ลั่วชิงยวนอึ้งไป “เสี่ยวถู่หรือ?”
“เหตุใดจึงชื่อเช่นนี้?”
“หากพวกเราสามารถเข้าไปในเมืองแห่งภูตผีได้ เราจะขอได้หนึ่งอย่าง เจ้าต้องการสิ่งใด?” ลั่วชิงยวนถามด้วยความสงสัย
คนใบ้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเขียนตอบว่า เจ้าต้องการสิ่งใด
“ข้าหรือ? ข้ามาที่นี่เพื่อช่วยสหายของข้า เช่นนั้นข้าก็สามารถขอสิ่งหนึ่งให้เจ้าได้”
แต่คนใบ้ส่ายหน้า บอกว่าเขาไม่มีอะไรที่ต้องการ
เขารู้ว่าลั่วชิงยวนต้องการบัวถวาย
ท้ายที่สุดแล้ว คนทั้งเมืองหลวงต่างรู้ว่านางกำลังตามหาบัวถวาย นางต้องการสิ่งนี้อย่างยิ่ง
คนใบ้มิเอ่ยคำใด แต่ลั่วชิงยวนกลับคาดเดาออก “เจ้าเคยใช้โสมมังกรหรือไม่?”
คนใบ้ชะงักไปในทันที
ลั่วชิงยวนกล่าวว่า “ยาขวดที่เจ้าพกติดตัวมีกลิ่นโสมมังกรแรงมาก น่าจะเป็นยาที่ใช้ประคับประคองชีวิตใช่หรือไม่?”
คนใบ้มองไปยังขวดยาที่วางอยู่ข้าง ๆ นั่นคือสิ่งที่เขาหยิบออกมาตอนถอดเสื้อเพื่อรักษาบาดแผล มิคาดคิดว่าลั่วชิงยวนจะสังเกตเห็น
เขาเงียบไป มิรู้จะอธิบายอย่างไร
ลั่วชิงยวนยกยิ้ม แล้วกล่าวว่า “เล่าลือกันว่าเมืองแห่งภูตผีเป็นสถานที่ที่มีสมบัติและยาสมุนไพรหายากทั้งหมดในใต้หล้านี้ หากพวกเราสามารถไปถึงจุดหมายปลายทางได้ ข้าจะช่วยเจ้าขอโสมมังกร”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...