ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากขึ้นเขามา คนใบ้ก็ช่วยชีวิตนางไว้หลายครั้ง
แน่นอนว่านางปรารถนาให้คนใบ้มีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น
แต่คนใบ้กลับส่ายหน้า แล้วเขียนตอบว่า เจ้าขอแต่สิ่งที่เจ้าต้องการเถิด มิต้องกังวลเรื่องข้า
“มิกังวลหรอก ถึงเวลาแล้วค่อยว่ากัน” ลั่วชิงยวนมิได้กล่าวต่อ เพราะดูท่าทางแล้วคนใบ้มิค่อยเต็มใจนัก
สายลมยามราตรีพัดมาพร้อมกับความหนาวเย็นที่ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา
“กลับไปพักผ่อนเถิด ข้าจะสำรวจในห้องตำราต่อว่ายังมีเบาะแสอื่นใดหรือไม่”
จากนั้นลั่วชิงยวนก็กลับไปยังห้องตำรา
แต่คนใบ้กลับมิได้กลับเข้าไปในห้อง เขาเฝ้ายามอยู่นอกห้องตำรา
......
ในความมืดมิด ฝูเหมิ่งวิ่งหนีสุดชีวิต
ด้านหลังของเขามีร่างในชุดสีแดงที่ยังคงไล่ตามติด
เสียงหัวเราะเย็นยะเยือกของสตรีชุดแดงดังขึ้น “จิ้งเฉิง เจ้าจะหนีไปที่ใด บัดนี้เพิ่งจะกลัวหรือ มิสายไปหน่อยหรืออย่างไร”
ฝูเหมิ่งหันหลังกลับไปมองด้วยความหวาดกลัว ในดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา และยังคงวิ่งหนีหลบหลีกไปเรื่อย ๆ
ขณะที่หงไห่และโฉวสือชีกำลังสำรวจหาทางในป่า เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าก็ตกใจรีบหลบเข้าไปในพุ่มไม้
ทั้งสองมิกล้าส่งเสียงใดออกมา
แล้วก็ได้เห็นฝูเหมิ่งวิ่งหนีสุดชีวิต ดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างที่น่ากลัวไล่ตามเขาอยู่
ทั้งสองแอบสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ ตามไป
......
เมื่อใกล้รุ่งสาง หงไห่และโฉวสือชีก็กลับมา
ลั่วชิงยวนที่ฟุบอยู่บนโต๊ะก็ตื่นขึ้น
เมื่อเปิดประตูห้อง แสงแดดสดใสยามเช้าก็สาดส่องเข้ามาทำให้รู้สึกอบอุ่นไปทั่วทั้งร่าง
โฉวสือชีกล่าวอย่างตื่นเต้น “เจอทางออกแล้ว!”
“เมื่อคืนพวกข้าตามชายแปลกหน้าผู้หนึ่งไปจนเจอทางออก”
“เพียงแต่ต้องเดินเลียบหน้าผาไปเรื่อย ๆ ทางแคบมาก ทั้งยังไม่มีที่กั้นและไม่มีเชือกด้วย”
หงไห่กล่าวอย่างมิพอใจ “เมื่อวานเจ้าก็กินเอร็ดอร่อยดีนี่!”
ลั่วชิงยวนหัวเราะ “ยามเย็นข้าทำอาหารเองดีกว่า ประเดี๋ยวพวกเจ้าไปดูรอบ ๆ ห้องอื่นว่ามีสมุนไพรอะไรอีกหรือไม่ แล้วเก็บมารวมกันให้หมด”
“ผงไล่งูก็หมดแล้ว ต้องเตรียมเพิ่มอีก”
ทั้งสองพยักหน้า
หงไห่และโฉวสือชีจึงค้นไปทั่วทุกซอกมุมทั้งเรือน และถึงขั้นไปหาเครื่องยาสมุนไพรในป่าด้วย
ลั่วชิงยวนนำเครื่องยาสมุนไพรทำเป็นโอสถลูกกลอนและผงยา
หงไห่และโฉวสือชียังคัดเลือกอาวุธที่ถนัดมือติดตัวมาด้วย และเตรียมเชือกไว้สำหรับข้ามหน้าผา
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็รอเพียงอาการบาดเจ็บหายดี
แต่ยังมิทันได้พักผ่อนนานเท่าที่ควร
ในคืนวันที่สองหลังจากนั้น
เงาร่างในชุดแดงก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูของพวกเขาอย่างเงียบเชียบ
ทำเอาหงไห่ตะโกนลั่นด้วยความตกใจกลัว “นี่มันอะไร!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...