ลั่วชิงยวนสะดุ้งลุกขึ้นตื่นด้วยความตกใจ เห็นชุดสีแดงวูบผ่านทางช่องว่างหน้าต่าง
นางเดินไปเปิดประตู ก็เห็นหงไห่ถือดาบยาวเดินออกมาด้วยท่าทีดุดัน
ลั่วชิงยวนปลอบ “ไม่มีอะไร มิใช่หลอนไปเองหรอกหรือ ไปพักเถิด”
เดิมทีหงไห่ตั้งใจจะบอกว่าเขาเห็นเงาสีแดงจริง ๆ แต่เมื่อเห็นว่าลั่วชิงยวนมิได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย เขาจึงมิได้เอ่ยคำใดต่อ
จากนั้นก็หันหลังกลับเข้าไปในห้อง
เมื่อลั่วชิงยวนกลับเข้าไปที่ห้อง ก็เห็นสตรีชุดแดงผู้นั้นกำลังรอคอยนางอยู่ในห้อง
“อวี๋ตันเฟิ่งหรือ?” ลั่วชิงยวนถามอย่างลองเชิง
สตรีชุดแดงเลิกคิ้วขึ้น “เจ้าก็ฉลาดนี่”
“เจ้าตายได้อย่างไร?” ลั่วชิงยวนถามด้วยความสนใจ ด้วยอยากรู้ว่าเหตุใดที่นี่จึงมีสภาพเช่นนี้
ความเคียดแค้นผุดขึ้นมาในดวงตาของอวี๋ตันเฟิ่ง “ถูกคนที่ข้ารักที่สุดฆ่าตาย”
“คนที่เจ้ารักที่สุดหรือ?” ลั่วชิงยวนนั่งลงด้วยท่าทางผ่อนคลาย ตั้งใจจะฟังเรื่องราวของอวี๋ตันเฟิ่ง
“เจ้าก็คงได้เห็นไปบ้าง ที่นี่เป็นสถานที่ที่ข้าสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อแรงกายทั้งหมดของข้า”
“จุดประสงค์แรกเริ่มคือ การรับคนที่ถูกระบุว่าเป็นทาส ข้ามิอาจเปลี่ยนแปลงใต้หล้าอยุติธรรมผืนนี้ได้ แต่ข้าสามารถทำทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้พวกเขามีที่พักพิงที่ดีกว่านี้”
“และโหยวจิ้งเฉิงก็คือทาสคนแรกที่เมืองแห่งภูตผีแห่งนี้ยอมรับ”
“ข้าคิดว่า ข้าได้ทำความดีอันยิ่งใหญ่แล้ว แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือการปล่อยเสือเข้าบ้าน”
“อยู่ร่วมกันนานวันเข้าข้าก็ตกหลุมรักเขา ข้าแบ่งปันทุกสิ่งของข้ากับเขา ให้เขามีส่วนร่วมในทุกเรื่อง”
“แต่ความคิดเห็นของเรากลับขัดแย้งกัน เมืองแห่งภูตผีสร้างขึ้นมาก็เพื่อรับคนที่ถูกตีตราว่าเป็นทาส”
“แต่เขามิต้องการรับคนเพิ่มให้มากขึ้นอีก เพราะจำนวนคนยิ่งมาก ทรัพยากรก็ยิ่งกระจายไป”
“ถึงแม้ว่าจะขัดแย้งกัน แต่ข้าก็ยังคงเคารพความคิดเห็นของเขา และค่อย ๆ หยุดรับผู้คนใหม่ ๆ เข้ามาอีก เรื่องเมืองแห่งภูตผีจึงค่อย ๆ เงียบหายไป”
“จนกระทั่งวันแต่งงานของข้ากับเขา เขาก็ฆ่าข้า”
“แล้วเข้ายึดครองที่แห่งนี้”
“กลายเป็นเจ้าเมืองแห่งภูตผี”
ในดวงตาของอวี๋ตันเฟิ่งเต็มไปด้วยความแค้นอาฆาตที่ไร้ที่สิ้นสุด
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็โกรธกับชะตากรรมที่อวี๋ตันเฟิ่งต้องเผชิญ
นางอดมิได้ที่จะถาม “แล้วโหยวเซียงเล่า? โหยวเซียงเป็นลูกสาวของพวกเจ้าหรือ?”
“มินานพวกนางคงจะมาทำลายร่างของข้า”
“เพื่อกำจัดข้าทิ้ง”
“หากเจ้าหมายสิ่งที่เจ้าต้องการ หรือหากเจ้าต้องการที่จะมีชีวิตรอดออกไปจากเขาเมืองแห่งภูตผีแห่งนี้ มีเพียงการร่วมมือกับข้าเท่านั้น”
“ช่วยรักษาร่างของข้าไว้ ข้าถึงจะมีความสามารถที่จะช่วยเจ้าได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็ชะงักไปเล็กน้อย
“แล้วร่างของเจ้าอยู่ที่ใด? อยู่ที่สุสานเชิงเขาด้านล่างใช่หรือไม่?”
สุสานนั้นนางมิเคยไป แต่ก็อยู่ใกล้กับบริเวณที่นางสังหารฝูเหมิ่งในคืนนั้น และที่นั่นยังเป็นที่ที่วิญญาณร้ายถูกเรียกออกมาเป็นจำนวนมาก
อวี๋ตันเฟิ่งกลับกล่าวว่า “มิใช่ ที่นั่นมีเพียงส่วนหนึ่งของร่างข้า”
ลั่วชิงยวนตกตะลึง
“ส่วนหนึ่งหรือ?”
อวี๋ตันเฟิ่งดูเหมือนจะจมอยู่ในห้วงความทรงจำ พยายามจะคิดว่าร่างของนางอยู่ที่ใด แต่ทันใดนั้นก็กุมศีรษะไว้ด้วยความเจ็บปวด
ดวงตาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด หยาดน้ำตาเลือดพลันไหลออกมาหนึ่งหยด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...