เมื่ออวี๋ตันเฟิ่งได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ “ข้าก็มิรู้เหมือนกัน…”
“ข้าถูกกักขังอยู่ในภูเขาแห่งนี้นานแสนนาน เวลาผ่านไปกว่าสิบปีแล้ว ข้ามิรู้เลยว่าบิดามารดาและพี่น้องของข้าเคยมาเยี่ยมเยือนข้าบ้างหรือไม่”
“บางทีพวกเขาคงคิดว่าข้าเป็นลูกอกตัญญู ถอดชื่อข้าออกจากตระกูลไปนานแล้วกระมัง…”
ท้ายที่สุดแล้ว ในยามนั้นนางก็หนีออกจากบ้านมาที่นี่แต่เพียงผู้เดียว
บางทีครอบครัวอาจมิเคยรู้ด้วยซ้ำว่านางอยู่บนภูเขาแห่งนี้
“ผ่านไปนานเพียงนี้แล้ว พวกเขาคงลืมข้าไปหมดแล้วกระมัง…”
น้ำเสียงของอวี๋ตันเฟิ่งแฝงไปด้วยความเศร้า
ช่วงเวลากว่าสิบปีหลังความตาย นอกจากความแค้นที่ไม่มีที่สิ้นสุดแล้วก็คงเหลือเพียงความคิดถึงที่มีต่อครอบครัว
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็อดเห็นใจมิได้ “หากเรื่องนี้แก้ไขได้ ข้าจะลองดูว่าจะสามารถพาเจ้าลงจากเขาไปได้หรือไม่”
“จริงหรือ? เจ้าจะพาข้าลงจากเขาได้จริง ๆ หรือ?” อวี๋ตันเฟิ่งกล่าวอย่างเหลือเชื่อ
นางรู้ว่าโหยวจิ้งเฉิงใช้วิธีการที่โหดเหี้ยมทารุณเพียงใด นางมิได้หวังว่าจะสามารถจากที่นี่ไปได้อีก
“ข้ามิอาจรับประกันได้ คงทำได้เพียงพยายามอย่างสุดความสามารถเท่านั้น”
นางยังมิรู้ว่าค่ายกลแปดทิศนั้นเป็นอย่างไร จะสามารถนำวิญญาณของนางไปได้อย่างสมบูรณ์หรือไม่ นางมิอาจรับประกันได้
“อย่างน้อยมีโอกาสแม้เพียงริบหรี่ก็ยังดี”
หลังจากนั้น อวี๋ตันเฟิ่งก็วาดแผนที่เสร็จ
นางวาดไปทั้งหมดสี่แผ่น
เมื่อนำมาต่อกันก็เป็นแผนที่ที่สมบูรณ์
ลั่วชิงยวนถือแผนที่ออกมาวางบนพื้น จากนั้นก็หยิบเข็มทิศอาณัติสวรรค์ขึ้นมาค้นหาโครงสร้างของค่ายกลแปดทิศ
ก่อนฟ้าสางก็พบค่ายกลแปดทิศ มีจุดรวมพลังทั้งหมดหกจุด ซึ่งเป็นที่ฝังชิ้นส่วนร่างของอวี๋ตันเฟิ่ง
เมื่อนางทำเครื่องหมายตำแหน่งทีละจุดก็พบว่าตำแหน่งทั้งหกห่างกันมาก
แทบจะต้องปีนป่ายไปทั่วทั้งภูเขาเลยทีเดียว
หากโหยวเซียงเริ่มลงมือแล้วพวกนางคงต้องรีบเคลื่อนไหวให้เร็วกว่านี้!
มิเช่นนั้นคงตามความเร็วของพวกโหยวเซียงมิทัน!
ทั้งสี่ชักกริชออกมา เตรียมออกเดินทาง
บนหน้าผาไม่มีเถาวัลย์หรือต้นไม้ขึ้น มีเพียงก้อนหินขรุขระมากมาย
พวกเขาทำได้เพียงใช้กริชเจาะเข้าไปในรอยแยกของหินเพื่อพยุงให้ร่างกายมั่นคงขึ้นได้เล็กน้อย
“ข้าเดินนำหน้าเอง!” หงไห่อาสาเดินนำหน้า เขาใช้กริชเจาะเข้าไปในรอยแยกของหินแล้วเหยียบไปบนขอบหน้าผาอย่างระมัดระวัง
เบื้องล่างคือหุบเหวลึกหมื่นวา มองดูแล้วน่าหวาดเสียวเหลือเกิน
ลั่วชิงยวนรีบตามหลังไป
คนใบ้ก็ตามหลังนาง
ส่วนโฉวสือชีก็รั้งท้าย
ขณะปีนแนบตัวไปกับหน้าผาแต่ละก้าว ลั่วชิงยวนต้องควบคุมแม้กระทั่งการหายใจ นางรู้สึกตึงเครียดและใช้ความพยายามอย่างหนักจนฝ่ามือชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ทันใดนั้นเอง ก้อนหินที่เหยียบลงไปก็แตกออกอย่างกะทันหัน
ร่างของนางไถลพรืดลงไปอย่างรวดเร็ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...