เมื่อได้ยินดังนั้น ความโลภก็ปรากฏในดวงตาของถูหมิง ใครเล่าจะมิปรารถนาสมบัติของเมืองแห่งภูตผี
เขาตอบตกลงในทันที “ได้”
ลั่วชิงยวนกล่าวต่อว่า “แต่การนำของสิ่งนี้มาจะต้องเผชิญกับอันตรายบ้าง ดังนั้นอาจจะต้องมีคนของเจ้าสละชีวิต”
“แต่คนมากก็แบ่งกันได้น้อย คนตายไปบ้างก็มิจำเป็นต้องสนใจความเป็นความตายของพวกเขา”
“ความลับนี้ข้าบอกเพียงเจ้าเท่านั้น เจ้าอย่าได้แพร่งพรายให้ผู้ใดรู้เชียว”
“โดยเฉพาะฉีเสวี่ยเวย”
เมื่อได้ยินดังนั้นถูหมิงก็หันกลับไปมอง แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็มิเคยสนใจความเป็นความตายของคนเหล่านั้นอยู่แล้ว
“หาได้มีปัญหาไม่!”
ถูหมิงรับปากอย่างง่ายดาย แต่ลั่วชิงยวนกลับยังคงระแวดระวัง “ยังมีเรื่องที่ต้องบอกเจ้าอีกอย่าง กองทัพของเมืองแห่งภูตผีถูกพวกข้าปลุกปั่นแล้ว คาดว่าอีกมินานคงไล่ตามมา”
“ก่อนที่จะหาของทั้งหกชิ้นพบ อย่าได้คิดที่จะทำสิ่งใดนอกเหนือจากนี้ ท้ายที่สุดแล้ว พวกเราต้องร่วมมือกันต่อสู้กับศัตรู หากถูกพวกมันจับได้คงไม่มีใครมีจุดจบที่ดี”
สีหน้าของถูหมิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย มิคาดคิดว่าสตรีผู้นี้จะเก่งกาจมากถึงเพียงนี้ กระทั่งปลุกกองทัพของเมืองแห่งภูตผีขึ้นมาได้
ดูเหมือนว่าสิ่งที่นางต้องการหาคงจะเป็นสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองแห่งภูตผีจริง ๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น ถูหมิงก็มิได้ลังเลอีกต่อไป “ได้!”
จากนั้นทั้งสองก็กลับไปยังปากถ้ำอีกครั้ง ทุกคนต่างมองพวกเขาด้วยความสงสัย ใคร่รู้ว่าพวกเขาพูดคุยอะไรกัน
ถูหมิงเรียกพรรคพวกมารวมตัวกันแล้วกำชับหลายเรื่อง
ตั้งใจว่าจะร่วมมือกับลั่วชิงยวนค้นหาสมบัติ หากสำเร็จ ของที่แต่ละคนได้รับคงมิน้อยทีเดียว
สุดท้ายทุกคนก็ตอบตกลง
พวกเขามายังเมืองแห่งภูตผีแห่งนี้ก็เพื่อสมบัติของเมืองแห่งภูตผีแห่งนี้อยู่แล้ว ทั้งยังได้ฝ่าฟันอันตรายมามากมายถึงเพียงนี้แล้ว จะมากลัวด่านสุดท้ายนี้ได้อย่างไร
จากนั้นทุกคนก็เข้าไปในถ้ำพร้อมกัน
ลั่วชิงยวนเดินนำหน้า
ยิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่ บรรยากาศก็ยิ่งหนาวเย็นมากขึ้น
เมื่อเดินไปจนสุดทางก็พบว่าถ้ำแห่งนี้มีโครงสร้างเหมือนกับถ้ำก่อนหน้านี้ไม่มีผิด
กระทั่งรูปปั้นหินยังเหมือนกัน
เมื่อเห็นสถานที่แห่งนี้ ถูหมิงและคนอื่น ๆ กลับตื่นเต้นอย่างมาก
มีคนกระซิบเสียงเบาว่า “สุสานที่ฝูเหมิ่งเข้าไปก่อนหน้านี้ก็มีลักษณะเหมือนกับที่นี่ เขาได้โอสถศพมาหนึ่งเม็ด”
“ถ้าได้กินของสิ่งนั้นก็จะมีชีวิตอมตะ”
มีคนหนึ่งถูกศพชายคนนั้นจับตัวได้ และถูกกัดกินจนแทบมิเหลือสภาพเดิมและมิสามารถช่วยชีวิตได้แล้ว ส่วนคนอื่น ๆ ก็รุมโจมตีศพชายคนนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย
ถูหมิงรีบตะโกน “อย่าเสียเวลา รีบถอย!”
คนอื่น ๆ รีบตามออกไป
แต่เสียดายที่มิอาจคว้าโอสถศพจากปากศพชายคนนั้นออกมาได้
เมื่อหนีออกมาจากถ้ำได้ ถูหมิงก็ถามขึ้น “แล้วจะไปที่ใดต่อ?”
ลั่วชิงยวนกล่าวว่า “ที่ที่เราจากมา สุสานที่อยู่ด้านหลังหมู่บ้านนั้น”
ฉีเสวี่ยเวยกล่าวขึ้นอย่างมิพอใจ “กลับไปอีกแล้วรึ?”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกข้าลำบากปานใดกว่าจะถ่อมาถึงที่นี่ได้ กลับไปเช่นนี้จะมิเท่ากับว่าพวกข้าดิ้นรนเปล่าประโยชน์หรือไร”
ลั่วชิงยวนหัวเราะเยาะ “นั่นมันเจ้า”
“ข้าอยากไปไหนก็ไป ข้ามีอิสระ”
คำพูดเยาะเย้ยของลั่วชิงยวนทำให้ใบหน้าของฉีเสวี่ยเวยมืดมนลง นางจ้องมองลั่วชิงยวนอย่างโกรธแค้น
ถูหมิงหันไปจ้องหน้าฉีเสวี่ยเวย ฉีเสวี่ยเวยจึงมิกล้ากล่าวอะไรอีก
จากนั้นถูหมิงก็ถามลั่วชิงยวนอีกครั้ง “หากกลับไปแล้ว รับประกันได้ใช่หรือไม่ว่าจะมาที่นี่ได้อีก?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...