“เจ้ารีบอะไรนักหนา รอมาตั้งนานแล้ว รออีกสักหน่อยจะเป็นกระไร”
เมื่อได้ยินดังนั้น อวี๋ตันเฟิ่งก็หยุดมือ
ลั่วชิงยวนเดินเข้าไปคว้าตัวโหยวเซียงไว้
ให้โฉวสือชีมัดนางไว้แน่นหนา จากนั้นจึงปลุกโหยวเซียงให้ฟื้นขึ้นมา
เมื่อฟื้นคืนสติ โหยวเซียงก็จ้องหน้าลั่วชิงยวนเขม็งอย่างโกรธแค้น “เจ้ากล้าจับข้า เจ้าคอยดูเถอะว่าจะตายอย่างไร!”
ลั่วชิงยวนย่อตัวลงนั่งตรงหน้านาง แล้วหัวเราะเบา ๆ “ใช่แล้ว ใครจะกล้าแตะต้องคุณหนูใหญ่เมืองแห่งภูตผีเล่า”
“น่าเสียดาย เมืองแห่งภูตผีแห่งนี้ บิดามารดาของเจ้าไปปล้นเขามา มิใช่ของพวกเขามาแต่เดิม ย่อมมิใช่ของเจ้าเช่นกัน”
“ถึงเวลาคืนเจ้าของตัวจริงแล้ว”
โหยวเซียงจ้องเขม็งนางอย่างโกรธแค้น “เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร! เมืองแห่งภูตผีแห่งนี้เป็นของบิดามารดาข้ามาแต่เดิม!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็ประหลาดใจ “หรือว่าต่งอวิ๋นซิ่วมิได้บอกความจริงแก่เจ้า”
“ก็ถูกแล้ว เรื่องน่าอับอายเช่นนี้ นางจะบอกลูกสาวได้อย่างไร”
“เมืองแห่งภูตผีแห่งนี้มิใช่เพียงถูกบิดามารดาเจ้ายึดมาเท่านั้น แต่ยังใช้วิธีการที่น่ารังเกียจในการยึดครองด้วย!”
“เดาว่าจนถึงตอนนี้เจ้าก็คงยังมิรู้เลยว่าศัตรูของเจ้าคือผู้ใด มิเช่นนั้นเหตุใดเจ้าถึงลงมาจากเขาเพียงลำพังเล่า”
คิดว่าต่งอวิ๋นซิ่วคงได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงมิสามารถห้ามโหยวเซียงมิให้ลงจากภูเขาได้
ตอนนี้โหยวเซียงมิเชื่อคำพูดของลั่วชิงยวนแม้แต่คำเดียว
นางกล่าวด้วยความโกรธจัดว่า “เจ้าต้องการจะทำอะไรกันแน่! จะฆ่าข้าก็ฆ่าเลย! ถึงข้าจะกลายเป็นผี ข้าก็ไม่มีวันปล่อยเจ้าไป!”
นางต้องแก้แค้นให้ลูกและตู้เฟิงเฉินให้ได้!
ลั่วชิงยวนดึงนางขึ้นจากพื้น “ข้าต้องการให้เจ้าพาข้าขึ้นเขาไป”
“มีเรื่องแค้นที่ต้องสะสางกับมารดาของเจ้าต่อหน้า”
โหยวเซียงแค่นหัวเราะเยาะ “ฝันไปเถอะ! แม้ว่าพวกเจ้าจะฆ่าข้าตอนนี้ ข้าก็ไม่มีวันพาพวกเจ้าขึ้นเขาไป!”
การพาพวกนางขึ้นเขาไปก็เท่ากับพาศัตรูเข้าบ้าน
เมื่อเห็นท่าทีมิยอมแพ้ของโหยวเซียง ลั่วชิงยวนจึงล้มเลิกความคิดที่จะเกลี้ยกล่อม
อวี๋ตันเฟิ่งกล่าวเสียงเย็น “ในเมื่อมีแผนที่อยู่แล้วก็ฆ่าทิ้งแล้วขึ้นไปเลยสิ!”
คำพูดของลั่วชิงยวนทำให้ในดวงตาของโหยวเซียงฉายแววหวาดกลัว
นางมิเข้าใจว่าลั่วชิงยวนรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร
รอยยิ้มแฝงเลศนัยของนางทำเอาโหยวเซียงขนลุกไปทั้งตัว
สตรีที่กระทั่งเวินซินถงยังรับมือมิได้ช่างน่ากลัวจริง ๆ
โหยวเซียงมิได้ตอบ แต่จากปฏิกิริยาของนาง ลั่วชิงยวนก็รู้คำตอบแล้ว
“เช่นนั้นก็แสดงว่าวัดร้างแห่งนั้นมีทางเชื่อมไปยังยอดเขาได้โดยตรง และมารดาของเจ้าก็มิรู้เรื่องนี้ใช่หรือไม่?”
ก่อนหน้านี้นางถูกโหยวเซียงผลักตกลงไปในถ้ำ เมื่อเข้าไปในรังงู โหยวเซียงก็รีบตามมาพร้อมคนห้าหกคน
นางสามารถติดต่อกับคนบนเขาได้อย่างรวดเร็วเช่นนั้นย่อมต้องมีทางลัดแน่นอน
ก่อนหน้านี้นางยังนึกมิออกว่าจะมีทางลัดใด แต่เมื่อมาคิดถึงตอนนี้ วัดร้างที่ฉีเสวี่ยเวยกล่าวถึงอาจเป็นทางลัดที่แท้จริง
นางจ้องมองไปที่โหยวเซียงด้วยสายตาลึกล้ำ
โหยวเซียงกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว “วัดร้างกระไร ข้าหาได้รู้เรื่องไม่”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...