“ท่านอยู่ต่อ ส่วนคนอื่น ๆ ออกไปก่อนเถิด” ลั่วชิงยวนกล่าวกับชายชรา
จากนั้นคนอื่น ๆ ก็ทยอยออกไป
ชายชราลุกขึ้นเดินมายืนตรงหน้าลั่วชิงยวน “ท่านเจ้าเมืองมีสิ่งใดจะสั่งหรือขอรับ?”
ลั่วชิงยวนถามว่า “บนเขาแห่งนี้มีคนมาแย่งชิงยาสมุนไพรไปจริงหรือ? ที่ส่งคนไปตามหา มีเบาะแสอะไรบ้างหรือไม่?”
“มีคนมาจริง ๆ ขอรับ พรรคพวกของพวกมันมีประมาณสิบคนได้ แต่พวกมันหนีไปเร็วมาก ตอนนั้นทุกคนมัวแต่สนใจด้านหน้า ไม่มีใครสังเกตว่ามีคนบุกเข้าไปในคลังโอสถ”
“พวกเขาถึงได้หนีรอดไปได้ขอรับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็ยิ่งสงสัยว่าเป็นคนของสำนักเทียนฉยง และจงใจมาเป็นปฏิปักษ์กับนาง จึงได้ชิงบัวถวายไปก่อน
มองดูชายชราตรงหน้าแล้ว ลั่วชิงยวนก็ยังมิเข้าใจเขาดีนัก
นางจึงถามว่า “บนหลังของท่านมีรอยประทับทาสหรือไม่?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายชราก็ตกใจเล็กน้อย จากนั้นก็พยักหน้า “มีขอรับ”
ลั่วชิงยวนรู้ว่าคำพูดของนางย่อมทำให้เขาเคลือบแคลงใจว่านางมิใช่อวี๋ตันเฟิ่ง
แต่นางก็มิได้คิดจะแสร้งเป็นอวี๋ตันเฟิ่งเพื่อเข้าควบคุมเมืองแห่งภูตผีแห่งนี้
“ท่านควรรู้ว่าข้ามิใช่อวี๋ตันเฟิ่ง”
ชายชราผู้นั้นอึ้งไป มิรู้ว่าจะพูดอย่างไรดี ในเมื่อเขาได้ยอมรับเจ้าเมืองคนใหม่ไปแล้ว
จากนั้นจึงกล่าวอธิบายว่า “หลายปีมานี้ข้าฝันถึงเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ว่าสักวันหนึ่งท่านเจ้าเมืองจะกลับมา พร้อมกับจอมยุทธ์ท่านหนึ่งและคนใบ้ผู้หนึ่ง”
“สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ข้าเห็นกับตาทั้งหมดแล้วและติดตามมาถึงที่นี่ แล้วเก็บป้ายประจำตัวเจ้าเมืองได้จากหน้าประตู”
“นี่คือสิ่งที่สวรรค์ชี้แนะ ข้าเชื่อว่าท่านคือท่านเจ้าเมืองขอรับ!”
ลั่วชิงยวนตกตะลึง มิคาดคิดว่าคนผู้นี้จะพูดจาเช่นนี้ นางเกือบจะเชื่อเขาแล้ว
คิดไปแล้ว คงเป็นอวี๋ตันเฟิ่งที่มอบคำแนะนำแก่เขาให้ยอมรับลั่วชิงยวนเป็นเจ้าเมืองคนใหม่ และในเมื่อตอนนี้เมืองแห่งภูตผีปราศจากผู้นำ ชายชราผู้นี้จึงกลัวว่านางจะหนีไป
ดังนั้นมิว่านางจะเป็นอวี๋ตันเฟิ่งหรือไม่ เขาก็ยอมรับนางเป็นเจ้าเมือง
เพียงแต่มิได้พูดออกมาให้ชัดเจน
ลั่วชิงยวนจึงมิได้เปิดโปงเขา
นางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ก็ถือว่าความฝันของท่านเป็นสิ่งที่สวรรค์ชี้แนะก็แล้วกัน แต่ข้ามิได้มีนามว่าอวี๋ตันเฟิ่ง ข้านามว่าลั่วชิงยวน”
“แล้วท่านเล่า?”
อีกฝ่ายรีบก้มหน้าลง “ข้าน้อยนามว่าเฉิงติ่ง รับผิดชอบดูแลทุกสิ่งบนเขาแห่งนี้ เปรียบเสมือนพ่อบ้านขอรับ!”
“ท่านไปรวบรวมผู้คนทั้งหมดบนเขามา คืนนี้ให้อยู่รวมกันในห้องโถงใหญ่ ห้ามไปที่อื่น”
“ห้ามออกจากห้องและห้ามลงจากเขา”
เฉิงติ่งประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็มิได้ซักถามเหตุผล “ขอรับ”
หลังจากรับคำแล้ว เฉิงติ่งก็รีบไปจัดการ
ในมิช้า ผู้คนทั้งหมดก็มารวมตัวกัน
หลังจากปิดประตูแล้ว ลั่วชิงยวนก็ติดยันต์ไว้บนประตูหน้าต่างเพื่อให้แน่ใจว่าโหยวจิ้งเฉิงจะเข้ามาในห้องนี้มิได้
เดิมทีนางตั้งใจจะให้อวี๋โหรวและโฉวสือชีอยู่ที่นี่ด้วย แต่ทั้งสองมิยอม พวกเขามิวางใจที่จะปล่อยให้นางไปตามหาโหยวจิ้งเฉิงเพียงลำพัง
ลั่วชิงยวนจึงพาพวกเขาไปด้วย และรีบลงจากเขาไป
บนเขามีกลไกกับดักมากมาย หากบุ่มบ่ามเข้าไป เกรงว่าจะขึ้นเขาไปได้ยากและจำต้องใช้เวลาในการค้นหา
ลั่วชิงยวนถือเข็มทิศอาณัติสวรรค์ค้นหาอยู่นาน
แต่เมื่อหาไปถึงที่แห่งหนึ่ง เป้าหมายก็ไปถึงสถานที่อื่นแล้ว
ทำได้เพียงไล่ตามไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงยามค่ำคืน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...