คำพูดนี้ทำให้ลั่วชิงยวนตกใจกลัวไปด้วย
นางหวนนึกถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้น แล้วกล่าวว่า “หากโหยวจิ้งเฉิงยังมิสลายไป เช่นนั้นอวี๋ตันเฟิ่งก็อาจจะยังมิสลายไปด้วย”
“ตามหลักการแล้วอวี๋ตันเฟิ่งตายอย่างน่าอนาถยิ่งกว่า ไม่มีแม้แต่ร่างที่สมบูรณ์ ความแค้นของนางย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าโหยวจิ้งเฉิงมาก ไม่มีทางที่นางจะยอมปล่อยโหยวจิ้งเฉิงไปเป็นแน่”
“และไม่มีเหตุผลที่อวี๋ตันเฟิ่งต้องสลายไป แต่โหยวจิ้งเฉิงกลับมิสลายไป”
เมื่อได้ยินดังนั้น อวี๋โหรวก็พยักหน้า “เช่นนั้นคงเป็นเพียงรัศมีชั่วร้ายที่เกิดขึ้นในขณะที่เขาตาย แล้วเข้าไปในร่างเจ้าเท่านั้น”
“ปัญหาคงมิใหญ่มากนัก”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ค่อย ๆ ฟื้นฟูไปก็คงดีขึ้น”
โชคดีที่หลังจากกลับมายังเมืองหลวงแล้วมิได้มีเรื่องราวประหลาดใดเกิดขึ้นอีก
เมื่อกลับมาถึงเมืองหลวง สิ่งแรกที่ลั่วชิงยวนทำคือการส่งวิญญาณของสิบวายร้ายไปสู่สุคติ เพียงแต่ยังคงเก็บวิญญาณของหงไห่ไว้ก่อน
โฉวสือชียืนมองอยู่ข้าง ๆ อดมิได้ที่จะกล่าวด้วยความสะเทือนใจ “พวกเรามารวมตัวกันแต่แรกก็เพียงเพื่อปลดปล่อยยันต์ผนึกวิญญาณเท่านั้น ตอนนี้พวกเขาได้ไปเกิดใหม่แล้ว ถือได้ว่าเป็นการเติมเต็มความปรารถนาเดิมของเรา”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “หวังว่าภพหน้าพวกเขาคงมิต้องมาเกิดที่แคว้นหลีอีก ไปเกิดที่แคว้นเทียนเชวียเถิด”
“ภพหน้าหรือภพไหน ก็ขออย่าได้เป็นทาสอีกเลย”
เมื่อได้ยินดังนั้น โลหิตในกายของโฉวสือชีก็พลุ่งพล่านขึ้นมา ดวงตาของเขาแดงก่ำ “ขออย่าได้เป็นทาสอีกเลย”
เมื่อเสร็จสิ้นแล้วลั่วชิงยวนก็เรียกวิญญาณของหงไห่ออกมา
ถึงแม้จะตายไปแล้ว แต่ในเวลานี้หงไห่กลับรู้สึกผ่อนคลายยิ่งนัก เขายิ้มให้ลั่วชิงยวนและโฉวสือชี “สิ่งที่ข้ากลัวที่สุดมิได้เกิดขึ้น”
“ครึ่งชีวิตที่ผ่านมาดิ้นรนอยู่ใต้ยันต์ผนึกวิญญาณ เมื่อตายแล้วกลับได้เป็นอิสระ”
“ภพหน้าข้าต้องลองสัมผัสถึงความรู้สึกของการเป็นคนอิสระดูบ้างให้ได้!”
ลั่วชิงยวนยกยิ้มจางก่อนกล่าว “ได้ แต่ก่อนหน้านั้น เจ้าต้องช่วยข้าทำเรื่องหนึ่งก่อน”
“เรื่องอันใด?”
“ไปที่บ้านตระกูลซี มิต้องทำร้ายผู้คน เพียงแค่ทำให้พวกเขาหวาดกลัวก็พอ”
หงไห่รับคำอย่างง่ายดาย “ได้สิ ข้าคุ้นเคยกับตระกูลซีเป็นอย่างดีอยู่แล้ว”
“ตอนที่ไปขโมยตราประจำตระกูลของแปดตระกูลใหญ่ ก็เป็นตระกูลซีที่ขโมยยากที่สุด ข้าต้องจัดการพวกเขาไปหลายคนเลยถึงจะได้ตราประจำตระกูลมา”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็ตกใจเล็กน้อย “เช่นนั้นคนของตระกูลซีจำเจ้าได้หรือไม่?”
“ยามไปก็ระวังตัวด้วย อย่าให้พวกเขารู้ว่าเจ้าเป็นใคร”
ลั่วชิงยวนมิได้หันหลังกลับไปมอง เพียงแค่กล่าวเสียงเย็น “นางฆ่าคนของข้าไปมากมายเช่นนั้น นี่ถือเป็นบทเรียนเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น”
“นางยังรีบร้อนที่จะพิสูจน์ตนเอง เช่นนั้นข้าจะทำให้ศักดิ์ศรีของนักบวชระดับสูงของนางแปดเปื้อนจนไม่มีชิ้นดี แล้วดูว่านางจะสามารถรักษาตำแหน่งนักบวชระดับสูงไว้ได้อย่างไร”
ลั่วชิงยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย ในดวงตาฉายแววเย็นชา
ภพก่อนเวินซินถงเป็นคนสังหารนาง ภพนี้นางก็เกือบจะตายด้วยน้ำมือเวินซินถงเช่นกัน เมื่อรวมกับความแค้นเพราะสิบวายร้ายและมู่หยวนหยวน นางจะไม่มีวันปล่อยเวินซินถงไปแน่!
เฉินชียกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นชั่วร้ายยิ่งนัก ในดวงตาฉายแววร้อนแรง
อาเหลาที่เขารักกลับมาแล้ว
......
ในคืนนั้นเอง บ้านตระกูลซีก็ประสบกับเรื่องประหลาดชวนขนหัวลุก
เช้าวันต่อมา ตระกูลซีรีบไปเชิญเวินซินถงมาที่บ้าน
“ท่านนักบวชระดับสูง ท่านบอกว่าจัดการได้แล้วมิใช่หรือ? ข้าให้เงินไปมิน้อยเลย แล้วเหตุใดเรื่องเช่นนี้ถึงเกิดขึ้นอีกแล้วเล่าขอรับ?”
นายท่านซีบ่นด้วยความหงุดหงิด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...