“กล่าวมาเถิด” ซีกุ้ยเฟยกล่าวอย่างมิใส่ใจ
ลั่วชิงยวนค่อย ๆ เอ่ยว่า “ฝ่าบาทเสด็จมายังตำหนักกุ้ยเฟยบ่อยครั้งหรือไม่เพคะ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ซีกุ้ยเฟยก็เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจแล้วหัวเราะเบา ๆ อย่างมิอยากจะเชื่อ “เจ้าช่างกล้าถามเสียจริง”
“เจ้าคงหมายความว่าข้ามิรู้จักประมาณตน ฝ่าบาทมิได้เสด็จมายังตำหนักข้าเลย แล้วข้าจะครรภ์ได้อย่างไรเช่นนั้นหรือ”
ซีกุ้ยเฟยสนใจหญิงสาวผู้นี้มากยิ่งขึ้น
นางยังมิเคยพบผู้ใดกล้าหาญถึงเพียงนี้มาก่อน
แต่ก็ดีแล้ว นางต้องการผู้ที่กล้ากล่าวความจริง มิเช่นนั้นนางจะทราบได้อย่างไรว่าแท้จริงแล้วนางเป็นอะไรกันแน่
ลั่วชิงยวนมิได้ตอบคำ นั่นมิใช่สิ่งที่นางกล่าว
ซีกุ้ยเฟยกล่าวต่อไปว่า “จักรพรรดิเสด็จมาสองสามวันในแต่ละเดือน”
“ในช่วงวันที่ฮองเฮาทรงมีระดู”
ซีกุ้ยเฟยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ลั่วชิงยวนกลับสัมผัสได้ถึงความขมขื่น
ดูเหมือนว่าซีกุ้ยเฟยจะทราบดีถึงฐานะของตนที่เป็นเพียงผู้มาแทนที่ฮองเฮา
“หากอาศัยเพียงรูปโฉม สักวันข้าก็ต้องร่วงโรยไป มีเพียงการให้กำเนิดโอรสธิดาเท่านั้นที่จะสามารถรักษาฐานะของข้าไว้ได้”
“เป็นถึงกุ้ยเฟย จะไร้โอรสธิดาได้อย่างไร”
“ถึงแม้ข้าจะรู้ว่าข้ามิอาจเทียบเคียงฮองเฮาได้ก็ตาม”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ในดวงตาของกุ้ยเฟยก็ฉายแววโศกเศร้า
ลั่วชิงยวนรู้สึกเห็นอกเห็นใจซีกุ้ยเฟยผู้เย่อหยิ่งองค์นี้อยู่บ้าง
การเป็นตัวแทนของผู้อื่นย่อมเป็นเรื่องน่าเศร้า
หลายปีที่ผ่านมานั้นซีกุ้ยเฟยคงจะรักจักรพรรดิอย่างแท้จริง
ลั่วชิงยวนเดินเข้าไปนั่ง “หม่อมฉันขอถวายการตรวจพระชีพจรแก่กุ้ยเฟยเพคะ”
“เหล่าหมอหลวงที่กุ้ยเฟยเคยพบมากล่าวว่าอย่างไรบ้าง? เคยถวายพระโอสถบำรุงหรือไม่เพคะ?”
ซีกุ้ยเฟยยื่นมือออกมาพลางกล่าวเบา ๆ ว่า “ล้วนกล่าวเหมือนกัน กล่าวว่าข้าร่างกายอ่อนแอและมีพิษเย็นแต่เยาว์วัย ต้องบำรุงรักษาเป็นเวลานาน”
“โอสถบำรุงที่หมอถวาย ข้าเสวยทุกวัน แต่ก็มิเคยเห็นผล”
“ยังคงมีพิษเย็นเช่นเดิม”
ลั่วชิงยวนตรวจชีพจรของซีกุ้ยเฟย แล้วอดมิได้ที่จะชะงักไปเล็กน้อย นางมีธาตุเย็นในร่างกายมากจริง ๆ
“กุ้ยเฟยงดเสวยของเย็นแล้วหรือเพคะ?”
แต่นางก็ยังกล่าวว่า “เช่นนั้นหม่อมฉันขอตรวจดูพระตำหนักชีอู๋ก่อนเพคะว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่”
ซีกุ้ยเฟยพยักหน้า “ข้าให้คนอื่นออกไปหมดแล้ว เจ้าค่อย ๆ ดูเถิด”
หลังจากพูดจบ นางก็ลุกขึ้นพาลั่วชิงยวนเดินออกไป
ซีกุ้ยเฟยนำลั่วชิงยวนเดินสำรวจไปทั่วพระตำหนักชีอู๋เกือบทุกซอกทุกมุม
กระทั่งห้องสรงก็มิเว้น
แต่กลับมิพบรัศมีผิดปกติใดเลย
“กุ้ยเฟย ในตำหนักของท่านไม่มีรัศมีชั่วร้ายใดเพคะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ซีกุ้ยเฟยก็ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย “เช่นนั้นชะตาข้าคงไม่มีวาสนากับบุตรธิดาจริง ๆ”
“กุ้ยเฟยโปรดประทานวันเดือนปีประสูติแก่หม่อมฉันด้วยเพคะ หม่อมฉันจะคำนวณให้”
ซีกุ้ยเฟยยินยอม
ลั่วชิงยวนจึงอยู่ในวังเพื่อคำนวณดวงชะตาให้กุ้ยเฟยอย่างละเอียด
เพียงแต่ผลลัพธ์กลับทำให้ลั่วชิงยวนต้องประหลาดใจอีกครั้ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...