เมื่อลั่วชิงยวนวางกระดาษแผ่นนั้นลงตรงหน้าซีกุ้ยเฟย ซีกุ้ยเฟยก็หยิบขึ้นมาด้วยความสนใจ ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจ้าหาเจอจริง ๆ สินะ”
“อาหารเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ข้ากินมาตลอดสองปีนี้”
ลั่วชิงยวนตกใจ “ท่าน? ท่านทราบอยู่แล้ว เหตุใดจึงมิตรัสบอกหม่อมฉัน แล้วเหตุใดยังประทานสมุดหนาปึกนั้นแก่หม่อมฉันหรือเพคะ?”
ซีกุ้ยเฟยหัวเราะเบา ๆ “เช่นนั้นข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าเก่งกาจจริงหรือเป็นเพียงนักต้มตุ๋น?”
“ข้าเพียงอยากจะทดสอบความอดทนของเจ้าเท่านั้น”
“อีกอย่าง เจ้ารับเงินไปมากมายแล้วก็ควรจะทำอะไรบ้างมิใช่หรือ?”
ซีกุ้ยเฟยกล่าวพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแฝงไว้ด้วยความหยอกล้อ
แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือความปีติยินดี ลั่วชิงยวนมีความอดทนถึงเพียงนี้ สามารถค้นหาสิ่งที่นางกินเป็นประจำได้อย่างแม่นยำจากบันทึกการเสวยพระกระยาหารสองปี
อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่านางตั้งใจจะแก้ไขปัญหาให้ตนจริง ๆ
มิใช่เพียงแค่หวังจะหลอกเอาเงินแล้วทำทีเป็นจัดการให้
ลั่วชิงยวนหมดคำจะกล่าว
จำต้องดำเนินการในขั้นตอนต่อไป “ชื่ออาหารเหล่านี้ล้วนแปลกประหลาดยิ่งนัก โบตั๋นแดงหยกขาวคือสิ่งใด? แล้วยังมีเนื้อหยกละลายลิ้นกับห้วงเวลาพักใจคือกระไร”
“ชื่อเหล่านี้ล้วนเป็นชื่ออาหารหรือเพคะ?”
ซีกุ้ยเฟยหัวเราะ “อาหารธรรมดาสามัญบางอย่าง ข้าเป็นผู้ตั้งชื่อให้เอง”
“เหตุใดจึงตั้งชื่อเช่นนี้หรือเพคะ?” ลั่วชิงยวนสงสัย
แล้วจะสามารถแยกแยะออกได้อย่างไรว่าสิ่งใดคือสิ่งใด?
ซีกุ้ยเฟยหัวเราะ “เพื่อระมัดระวัง เกรงว่าผู้อื่นจะล่วงรู้ความโปรดปรานของข้า”
“เจ้าดูบันทึกสองปีมานี้ เห็นความสม่ำเสมอหรือไม่? รสนิยมของข้าจะเปลี่ยนไปเป็นระยะ”
“มิได้เปลี่ยนแปลงไปมากเช่นนั้นจริง ๆ แต่เพราะอยู่ในวังหลัง จำต้องเปลี่ยนแปลง มิอาจให้ผู้อื่นล่วงรู้ความโปรดปรานของข้าได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็ชะงักไป
ระมัดระวังตัวถึงเพียงนี้
ซีกุ้ยเฟยคงประสบกับเรื่องราวการแก่งแย่งชิงดีมามากมายในอดีต
ถึงแม้นางจะอาศัยความคล้ายคลึงกับฮองเฮา และอาศัยความโปรดปรานของจักรพรรดิขึ้นสู่ตำแหน่งกุ้ยเฟยในขณะที่ฮองเฮามิอยู่
เมื่อเห็นสีหน้าเหยเกของนาง ซีกุ้ยเฟยก็หัวเราะ “ตอนแรกที่กินก็มิอร่อยหรอก กินไปกินมาก็ชินไปเอง”
ลั่วชิงยวนแทบมิอยากจะเชื่อ ซีกุ้ยเฟยกินสิ่งเหล่านี้มาเป็นเวลานานหลายปีได้อย่างไร
นางถามอย่างจริงจัง “ท่านมิได้เสวยของอร่อยมาสองปีแล้วใช่หรือไม่เพคะ ท่านเกือบลืมรสชาติของอาหารอร่อยไปแล้วใช่หรือไม่เพคะ?”
ซีกุ้ยเฟยมีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนพูดด้วยรอยยิ้มจาง “ใช่แล้ว แต่นั่นสำคัญหรือ?”
“ทุกคนคิดว่าตำแหน่งยิ่งสูงก็ยิ่งมีแต่ความมั่งคั่ง แต่หารู้ไม่ว่าทุกวันที่ข้าอยู่ในตำแหน่งนี้ล้วนมีแต่ความหวาดระแวง”
“ทุกสิ่งที่ข้ากิน ต้องคิดแล้วคิดอีก ของมิอร่อยเหล่านี้สามารถเตือนข้าได้ตลอดเวลาว่าข้าอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นไร”
“อีกอย่าง มิอร่อยก็มิอร่อย แต่ก็พอจะนับเป็นอาหารบำรุงร่างกายได้ มันมีประโยชน์ต่อร่างกายมากทีเดียว”
ก็จริงอยู่
บำรุงร่างกายได้ดี
เพียงแต่ต้องสูญเสียความสุขจากการกินอาหารอร่อยไป
ลั่วชิงยวนมองอาหารบนโต๊ะอีกครั้ง เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดก็มิพบว่าอาหารเหล่านี้มีสิ่งใดผิดปกติ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...