ในขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น
ลั่วชิงยวนตกใจ แต่ก็สายเกินไปแล้วที่หลบเข้าไปในห้องเก็บฟืนได้ทัน นางจึงจำต้องหลบเข้าไปในทางเดินระหว่างห้องสองห้องข้าง ๆ
ได้แต่เอนตัวแนบชิดกำแพง มิกล้าส่งเสียง
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าภายนอก พ่อครัวใหญ่ผางดูเหมือนจะตื่นตระหนกเช่นกัน เขารีบล้างมือทันทีแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
เหล่านางกำนัลที่นำอาหารไปส่งทยอยกลับมา
มีผู้คนเดินผ่านไปมาทั้งสองด้าน ลั่วชิงยวนเดินเตร็ดเตร่อย่างไร้จุดหมาย แต่กลับไม่มีใครสังเกตเห็นนาง
ผู้คนทยอยเดินออกไปจนหมด
ทันใดนั้นก็ได้ยินพ่อครัวใหญ่ผางสั่งขันทีว่า “ไปตรวจดูว่าคนออกไปหมดแล้วหรือยัง ข้าจะลงกลอนประตู”
“ขอรับ”
จากนั้นขันทีสองคนก็เริ่มออกตรวจตรา
ลั่วชิงยวนทำได้เพียงหาห้องใกล้ ๆ แล้วเข้าไปหลบอยู่ในมุมห้อง
ในห้องเครื่องนี้นอกจากห้องครัวหลวงแล้วส่วนที่เหลือล้วนเป็นห้องเก็บของ ไม่มีห้องพักอาศัย ดังนั้นลั่วชิงยวนจึงมิได้พบเจอผู้ใด
เสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตู ขันทีเปิดประตูมองเข้าไปมิเห็นลั่วชิงยวนที่หลบอยู่มุมห้อง จึงหันหลังกลับไป
“ทุกคนออกไปหมดแล้วขอรับ ไม่มีใครแล้ว”
พ่อครัวใหญ่ผางพยักหน้า “ดี เช่นนั้นไปกันเถิด”
จากนั้นพ่อครัวใหญ่ผางก็จากไป
ประตูใหญ่ของห้องเครื่องถูกลงกลอนจากภายนอก
เมื่อผู้คนจากไปจนหมด ลั่วชิงยวนจึงออกมาจากห้องแล้วไปยังห้องที่พ่อครัวใหญ่ผางสับอะไรบางอย่างเมื่อครู่นี้
กลิ่นคาวคลุ้งรุนแรงลอยเข้าปะทะจมูก
ในห้องนี้มีเพียงเตาเล็ก ๆ เพียงเตาเดียว ดูเหมือนจะเป็นครัวส่วนตัวของพ่อครัวใหญ่ผาง
ลั่วชิงยวนจุดไฟแล้วรีบตรงไปยังเขียง บนนั้นยังมีรอยเลือดและเศษเนื้อหลงเหลืออยู่มากมาย
กลิ่นนั้นชวนคลื่นเหียน
ด้วยเหตุอะไรก็มิอาจทราบได้ รู้สึกราวกับมีกลิ่นศพเจือปนอยู่...
นางย่อตัวลง เปิดถังแล้วเปิดถุงดู ปรากฏว่าในนั้นเต็มไปด้วยเศษเนื้อ
เนื้อที่ถูกสับจนละเอียด
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว ทนกลิ่นเหม็นคาวนั้นไว้ แล้วลองเขย่าถุงดู พบว่าใต้เศษเนื้อนั้นมีบางอย่างสีแดงอยู่
ดูคล้ายเครื่องใน
แต่เล็กมาก
แสงสว่างจ้าส่องมา ลั่วชิงยวนยิ่งกลั้นหายใจ รอยแยกของตู้ทำให้นางเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพ่อครัวใหญ่ผางเดินตรงมาหานาง
เมื่อพ่อครัวใหญ่ผางเดินเข้ามาแล้วก็ตักน้ำราดบนเขียง
ชะล้างคราบเลือดออกไป
น้ำนั้นกระเซ็นโดนใบหน้าของลั่วชิงยวนด้วยซ้ำ
พ่อครัวใหญ่ผางเคลื่อนไหวคล่องแคล่วรวดเร็ว ชะล้างคราบเลือดให้ไหลลงท่อไป
เขาหยิบไม้กวาดมากวาดพื้นและทำความสะอาดใต้เขียง
กวาดคราบเลือดเข้าไปในร่อง
แต่ทันใดนั้นเขาก็กวาดเจอของสีขาว ๆ โผล่ออกมาจากใต้เขียง ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของมันโผล่ออกมา
หัวไชเท้าหรือ?
นางยังมองมิทันชัด พ่อครัวใหญ่ผางก็รีบหยิบขึ้นมาใส่ลงในถุงนั้น
หลังจากทำความสะอาดเสร็จ พ่อครัวใหญ่ผางก็หยิบผ้ามาเช็ดอย่างละเอียด
กระทั่งเดินมาข้างตู้ที่ลั่วชิงยวนหลบอยู่ แล้วเช็ดทำความสะอาดทีละซอกทีละมุม
ลั่วชิงยวนมองเงาร่างของพ่อครัวใหญ่ผางที่อยู่ตรงหน้าตู้ ในระยะใกล้เพียงนี้ หากถูกพบเข้า นางที่อยู่ในพื้นที่แคบเช่นนี้คงไม่มีโอกาสแม้แต่จะต่อสู้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...