อวี๋หงมีท่าทีฮึกเหิมยิ่งนัก
เกาเหมียวเหมี่ยวกำแส้แน่น สายตาที่จ้องลั่วชิงยวนเขม็งเต็มไปด้วยกลิ่นกายสังหาร
“ลั่วชิงยวน หากเจ้าเก่งจริงก็จงหลบซ่อนอยู่ที่นี่ตลอดกาลเถอะ!”
หลังจากพูดอย่างนั้น นางก็สะบัดหน้าเดินออกไปด้วยความขุ่นเคือง
เมื่อเกาเหมียวเหมี่ยวจากไปแล้ว ลั่วชิงยวนก็หันไปมองอวี๋หง “ขอบคุณท่านเจ้าเมือง”
“เพียงแต่ ทำเช่นนี้จะนำความวุ่นวายมาสู่ท่านหรือไม่?”
อวี๋หงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ตลาดมืดมีกฎเกณฑ์ ในเมื่อสามารถดำรงอยู่มาได้ยาวนานในใต้หล้านี้ กฎเกณฑ์เหล่านี้ย่อมมีประโยชน์”
“แม่นางลั่วโปรดวางใจเถิด”
“ข้าเห็นว่าองค์หญิงองค์นั้นมีจิตอาฆาตแค้นท่านยิ่งนัก หากท่านลงจากเขาในตอนนี้ เกรงว่าพระนางจะซุ่มรออยู่เชิงเขา”
“พักอยู่ที่นี่สักระยะ รอจนโทสะของพระนางคลายลงเสียก่อน แล้วค่อยลงจากเขาไปดีหรือไม่?”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ก็ดี เช่นนั้นคงต้องรบกวนท่านเจ้าเมืองอีกหลายวัน”
“พอดีข้าเห็นว่าอาการป่วยของผู้อาวุโสทั้งสองท่านค่อนข้างหนัก ข้าจะลองรักษาดู เผื่ออาการจะดีขึ้นบ้าง”
อวี๋หงกล่าวด้วยความยินดีว่า “เช่นนั้นก็ดียิ่ง!”
จากนั้นลั่วชิงยวนก็กลับไปกับอวี๋หง
ในตรอกซอยมืดมิด เวินซินถงกำลังยืนจ้องมองเหตุการณ์นั้นอย่างเงียบเชียบ
ดวงตาฉายแววเย็นชาเล็กน้อย
โชคดีที่คราวนี้มีเกาเหมียวเหมี่ยว มิเช่นนั้นนางเกือบจะตกหลุมพรางแล้ว นางเตรียมเงินไว้ถึงสองแสนตำลึงทีเดียว
หากเมื่อคืนวู่วามลงมือไป ก็คงเสียเงินให้ลั่วชิงยวนเปล่า ๆ เข้าแล้ว!
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ในใจนางก็ยิ่งโกรธแค้น
เหตุใดสตรีผู้นี้จึงไปตีสนิทกับพวกตลาดมืดได้อีก!
......
เมื่อกลับถึงที่พัก โหยวหัวหนิงกำลังรอพวกเขาอยู่หน้าประตู
นางถามด้วยความเป็นห่วง “เกิดกระไรขึ้น? มิเป็นอะไรใช่หรือไม่?”
อวี๋หงถอดหน้ากากออกแล้วโอบไหล่ภรรยาเดินเข้าไปข้างในพลางปลอบประโลมว่า “มิเป็นอะไร เจ้าจะตื่นตระหนกไปไย”
โหยวหัวหนิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก “มิเป็นอะไรก็ดีแล้วเจ้าค่ะ”
เมื่อเห็นท่าทีตื่นตระหนกของโหยวหัวหนิงเช่นนี้ ลั่วชิงยวนก็ประหลาดใจเล็กน้อย
โหยวหัวหนิงกลับส่ายหน้า กล่าวว่า “หลังจากที่อวี๋ตันเฟิ่งจากไป ท่านพี่ก็ต้องรับภาระหนักอึ้ง แต่ก็วุ่นวายจนดูแลเองคนเดียวมิไหว ข้าจึงมาช่วยเขา”
“นานวันเข้า ข้ากับเขาก็ได้ลงเอยกัน”
เมื่อลั่วชิงยวนฟังจบก็ประหลาดใจเล็กน้อย “เช่นนั้นท่านกับท่านเจ้าเมืองก็ต้องรู้จักกันมานานแล้ว”
โหยวหัวหนิงพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “นานมากแล้ว ข้ามาที่ตลาดมืดแห่งนี้จึงได้รู้จักเขา”
“ตอนนั้นเขายังมิได้รับตำแหน่งเจ้าเมือง เป็นเพียงจอมยุทธ์ผู้เสเพล”
“ข้ากับเขารู้จักกันที่ตลาดมืด ยามนั้นยังหาได้รู้ไม่ว่าเขาเป็นบุตรชายของเจ้าเมือง”
“จนกระทั่งวันที่เขารับตำแหน่งเจ้าเมือง ข้าจึงได้รู้ฐานะของเขา”
โหยวหัวหนิงหวนรำลึกถึงอดีต ที่มุมปากมีรอยยิ้ม แต่ในดวงตากลับแฝงไว้ด้วยความเศร้า
ลั่วชิงยวนถอนหายใจด้วยความเห็นใจ “เรื่องราวในอดีตของพวกท่านคงจะน่าสนใจยิ่งนัก”
“หลังจากฮูหยินแต่งงานเข้ามาในตลาดมืด ก็อยู่เพียงลำพังหรือ? ครอบครัวของท่านอยู่ที่ตลาดมืดด้วยหรือไม่?”
สีหน้าของโหยวหัวหนิงยิ่งเศร้าลง นางถอนหายใจก่อนกล่าวว่า “ครอบครัวของข้ามิได้อยู่บนใต้หล้านี้แล้ว”
ลั่วชิงยวนตกใจ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...