เมื่อได้ยินดังนั้น โหยวหัวหนิงก็ขมวดคิ้วแน่น มองนางอย่างระแวดระวัง “ข้ามิเข้าใจว่าท่านหมายความว่าเช่นไร”
กล่าวจบนางก็หันหลังเดินจากไป
เวินซินถงกล่าวเสียงเย็น “ลั่วชิงยวน!”
“นางเข้าใกล้พวกท่านย่อมเป็นเพราะมีจุดประสงค์บางอย่าง!”
“ข้ามิหลอกลวงท่าน ข้าคือนักบวชระดับสูง”
เวินซินถงกล่าวอย่างหนักแน่น
ฝีเท้าของโหยวหัวหนิงหยุดชะงัก เมื่อได้ยินคำว่านักบวชระดับสูงก็ตกตะลึง
จากนั้นจึงสงบลงแล้วกล่าวว่า “นางจะมีจุดประสงค์อะไร ท่านเจ้าเมืองย่อมวินิจฉัยได้”
“พวกเรามิเคยมีเรื่องบาดหมางกับท่านนักบวชระดับสูง ขอท่านนักบวชระดับสูงโปรดเมตตาด้วย”
กล่าวจบ โหยวหัวหนิงก็เตรียมจะเดินจากไป
“ช่างดื้อรั้นยิ่งนัก!” เวินซินถงกล่าวด้วยน้ำเสียงมิพอใจ
จากนั้นก็ก้าวเข้าไปใช้ฝ่ามือสับโหยวหัวหนิงจนสลบไปทันที
นางหยิบกระสอบออกมา และย่อตัวลงยัดโหยวหัวหนิงเข้าไป
“หากเจ้าหายตัวไป ข้าจะดูว่าลั่วชิงยวนจะอธิบายเช่นไร!”
หลังจากยัดลงกระสอบแล้ว เวินซินถงก็แบกโหยวหัวหนิงขึ้นอย่างทุลักทุเลแล้วรีบหายไปในตรอกซอยอย่างรวดเร็ว
นางพาโหยวหัวหนิงไปซ่อนไว้ในเรือนเล็กอันเงียบสงัดแห่งหนึ่ง
จากนั้นก็เขียนจดหมายฉบับหนึ่งให้คนส่งไปยังจวนเจ้าเมือง
......
หลังจากที่ลั่วชิงยวนและอีกสองคนออกจากร้านโอสถ ก็ไปยังตลาดสดเพื่อตามหาโหยวหัวหนิง
แม้จะเดินหาทั่วตลาดแล้วแต่กลับหาโหยวหัวหนิงมิพบ
กว่าจะรู้ตัว ฟ้าก็มืดแล้ว
ตลาดสดเริ่มเก็บแผง พากันเปลี่ยนสินค้าเป็นของแปลกประหลาดอื่น ๆ การค้าขายของตลาดมืดกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
โฉวสือชีกล่าวว่า “หรือว่านางมิได้รอพวกเรา รีบร้อนกลับไปทำอาหารแล้ว?”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ก็เป็นไปได้ เช่นนั้นกลับกันเถิด”
ที่นี่คือตลาดมืด โหยวหัวหนิงคงไม่มีอันตรายอะไร
ทั้งสามจึงกลับไปยังจวนเจ้าเมือง
แต่เมื่อมาถึงหน้าประตู ทันใดนั้นเองผู้คุ้มกันกลุ่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามาล้อมพวกนางไว้
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลั่วชิงยวนกลับกลายเป็นผู้ต้องสงสัยรายใหญ่ที่สุดในทันที
โดยเฉพาะวันนี้ โหยวหัวหนิงออกไปข้างนอกกับนาง
ผลสุดท้ายก็เกิดเรื่องกับโหยวหัวหนิง
ลั่วชิงยวนรีบกล่าวว่า “ท่านเจ้าเมือง โปรดสงบสติอารมณ์ตรึกตรองก่อน หากข้าจับฮูหยินไป ข้าคงมิกลับมา”
“ข้าเพียงรอให้ท่านมอบเงินให้ข้าก็พอ”
“ยิ่งไปกว่านั้น เงินหนึ่งล้านตำลึง เทียบกับเครือข่ายของเจ้าเมืองแห่งตลาดมืดแล้ว เห็นชัดว่าความสัมพันธ์กับท่านเจ้าเมืองคุ้มค่ากว่า”
“เหตุใดข้าจึงต้องคิดสั้นจับฮูหยินไปเพื่อเรียกเงินหนึ่งล้านตำลึง?”
เมื่อได้ยินคำอธิบายของนาง อวี๋หงก็ขมวดคิ้ว ดูเหมือนจะมีเหตุผลอยู่บ้าง
“เอาเถอะ ข้าจะเชื่อท่านก่อน”
“เช่นนั้นวันนี้ฮูหยินออกไปกับพวกท่าน เหตุใดจึงเกิดเรื่องขึ้น? เกิดอะไรขึ้น?”
ลั่วชิงยวนจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้
อวี๋หงฟังแล้วยิ่งกังวล “หมายความว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นกับฮูหยินตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว”
“ใครก็ได้ ส่งคนไปตลาดสด! ต้องค้นหาทุกตรอกซอยตามเส้นทางไปตลาดสด!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...