มิได้พูดพร่ำทำเพลงก็เข้ามาจับตัวลั่วชิงยวนดึงขึ้นมา
เชือกหนังวัวถูกนำมามัดไว้รอบตัวลั่วชิงยวน
ลั่วชิงยวนดิ้นรน สายตามองไปยังอวี๋หงในลานบ้าน “ท่านเจ้าเมือง นี่ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
อวี๋หงยืนไพล่หลังด้วยสีหน้าเย็นชา จ้องมองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ
“เจ้ายังกล้าถามข้าอีกหรือ?”
“ในเมื่อกล้าลักพาตัวภรรยาข้าไป เจ้าก็มิควรกลับมาอีก เจ้าคิดว่าไม่มีใครรู้ถึงสิ่งที่เจ้าทำรึ!”
คำพูดนี้ทำให้ลั่วชิงยวนงุนงง
“ท่านเจ้าเมือง โปรดกล่าวให้ชัดเจน ข้าทำสิ่งใด? เหตุใดจึงเป็นข้าที่ลักพาตัวฮูหยิน?”
“หรือว่าฮูหยินบอกเช่นนั้น?”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว
อวี๋หงมิได้ตอบ
จากนั้นก็เห็นคนใบ้และโฉวสือชีถูกจับมัดแล้วลากตัวออกมาด้วย
“จับพวกมันทั้งสามไปขังไว้ในห้องเก็บฟืน! เฝ้าดูอย่างเข้มงวด!”
จากนั้นพวกลั่วชิงยวนก็ถูกลากเข้าไปในห้องเก็บฟืน
ทั้งสามถูกจับมัดวางไว้คนละมุม
มิอาจเข้าใกล้กันได้
จากนั้นอวี๋หงก็ค่อย ๆ เดินเข้ามามองลั่วชิงยวนด้วยสายตาเย็นชา
“ข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย จงตอบมาโดยดีว่าเจ้าสังหารน้องสาวข้าอย่างไร”
“มิเช่นนั้นข้าจะฉีกร่างเจ้าเป็นชิ้น ๆ เสียเดี๋ยวนี้”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็ใจหายวาบ เหตุใดจึงโยงไปถึงการสังหารอวี๋ตันเฟิ่งอีกเล่า?
นางรีบแก้ตัว “ท่านเจ้าเมือง ท่านคงเข้าใจผิดกระมัง? อวี๋ตันเฟิ่งมิได้ถูกข้าสังหาร!”
อวี๋หงมีสีหน้าโกรธเคือง จากนั้นก็กวักมือเรียกผู้คุ้มกันสองคนเข้ามา ก่อนจะเปิดหีบที่ถือมา
“นี่คือสิ่งที่เจ้าเอาไปขายในการประมูลทองคำใช่หรือไม่?”
“สิ่งของเหล่านี้ล้วนเป็นของตระกูลข้า!”
อวี๋หงกล่าวด้วยโทสะที่มิอาจปิดบัง “นี่ล้วนเป็นสิ่งที่น้องสาวข้านำติดตัวไปก่อนตาย!”
“มิแปลกใจเลยที่ข้าถามเจ้าว่าน้องสาวข้าตายได้อย่างไร แต่เจ้าปิดบังมาตลอด นั่นก็เพราะน้องสาวข้าตายด้วยน้ำมือของเจ้า!”
“เจ้ายังกล้าหลอกลวงมาถึงบ้านพวกข้า!”
“คิดหมายปองทรัพย์สินของตระกูลอวี๋ใช่หรือไม่!”
เขากำลังโกรธจัด มิอาจทนฟังคำอธิบายของนางได้
จากนั้นประตูก็ปิดลง
ในห้องเก็บฟืนมืดมิด
โฉวสือชีคาดเดาว่า “คงมีคนไปบอกอะไรเขาเป็นแน่”
“โยนความผิดเรื่องการตายของอวี๋ตันเฟิ่งมาให้เจ้าทั้งหมด”
“เมื่อคืนฮูหยินกลับมาก็ดูมีพิรุธ หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับนาง”
ลั่วชิงยวนครุ่นคิด “เกรงว่าคงมิใช่แค่นาง”
เมื่อได้สติ ลั่วชิงยวนก็ดิ้นรน พยายามแกะเชือก
“หาทางหนีออกไปก่อนเถิด”
“จะมานั่งรอความตายอยู่ที่นี่มิได้”
โฉวสือชีรีบใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบเท้าอีกข้างเพื่อถอดรองเท้าและถอดถุงเท้าออก
ขยับนิ้วเท้าที่คล่องแคล่ว แล้วกล่าวกับคนใบ้ว่า “เจ้าขยับมาหน่อย ข้าจะดูว่าจะแกะให้เจ้าได้หรือไม่”
เขากล่าวพลางพยายามเอื้อมมือไปแกะเชือกที่อยู่ด้านหลังคนใบ้สุดกำลัง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...