ในเวลานั้นลั่วชิงยวนยังมิได้รู้สึกอะไร จนกระทั่งกลับไปแล้ว อวี๋หงจึงพานางไปยังที่ซึ่งเรียกว่าคลังสมบัติ
นางจึงได้ประจักษ์ถึงความมั่งคั่งของตระกูลอวี๋อย่างแท้จริง
เมื่อมองไปยังหีบทองคำอร่ามเรืองเต็มพื้น ลั่วชิงยวนมิอยากจะเชื่อ “ท่านพี่ เงินทองของท่านมากมายถึงเพียงนี้นับว่ามั่งคั่งกว่าบางแคว้นเสียอีก!”
นางทราบว่าเจ้าเมืองตลาดมืดร่ำรวย แต่คาดมิถึงว่าจะร่ำรวยถึงเพียงนี้
อีกทั้งเครื่องเรือนต่าง ๆ ในคฤหาสน์ของเจ้าเมือง ถึงจะวิจิตรงดงามแต่ก็มิได้หรูหราฟุ่มเฟือย
คาดมิถึงว่าสิ่งของที่หรูหราอย่างแท้จริงล้วนอยู่ในคลังสมบัติ
อวี๋หงยิ้ม แล้วกางมือออกพลางกล่าวว่า “หากเจ้าชอบ ก็เอาไปได้เลยตามสบาย”
“อย่างไรเสียสิ่งเหล่านี้ก็มิได้ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ตายไปก็เอาไปด้วยมิได้”
“ข้าไม่มีทายาท หากเก็บไว้ที่นี่ก็เป็นประโยชน์แก่คนนอกเปล่า ๆ”
คำพูดของอวี๋หงแฝงไว้ด้วยความนัยบางอย่าง
แต่ลั่วชิงยวนกลับมิเข้าใจ เพียงแต่ถามว่า “ท่านพี่มีเงินทองมากมายถึงเพียงนี้ มิคิดจะขยายกิจการของตลาดมืดให้กว้างขวางกว่านี้หรือเจ้าคะ?”
อวี๋หงชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถามว่า “เจ้าหมายถึงแคว้นเทียนเชวียหรือ?”
อวี๋หงค่อย ๆ เดินไปข้างหน้า ยกยิ้มพลางกล่าวว่า “มิใช่ว่ามิเคยคิด แต่ทางแคว้นเทียนเชวียไม่มีใครช่วยข้าดูแล”
“การไปติดต่อพ่อค้าและหารือทำข้อตกลงที่แคว้นเทียนเชวียมิใช่เรื่องง่าย พอคิดดูแล้ว ก็เลิกคิดดีกว่า”
“ข้าไม่มีใครข้างกาย ตัวคนเดียวช่างเหนื่อยล้าเกินกว่าจะดูแลเรื่องมากมายเช่นนั้น”
“ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีผู้อาวุโสสองท่านที่ต้องดูแลด้วย”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ก็จริง”
“แต่กิจการของท่านพี่ใหญ่โตถึงเพียงนี้ มิกลัวว่าจะมีผู้หมายปองอำนาจและทรัพย์สินของท่านหรือ? ท้ายที่สุดโหยวจิ้งเฉิงก็มุ่งเป้ามาที่ท่านเช่นนั้น”
อวี๋หงหัวเราะอย่างมิกังวล “หากโชคชะตากำหนดให้ต้องประสบเคราะห์กรรมเช่นนั้นก็คงต้องยอมรับมิใช่หรือ?”
“มิใช่ว่าทุกคนจะเหมือนพี่น้องสกุลโหยวที่สามารถทำได้ถึงเพียงนั้น”
“ข้าขอบอกเจ้าตรงนี้เลยว่า ที่คลังและหอสมบัติถูกสร้างไว้ใต้ดิน ก็เพราะที่นี่มีทางลับ”
“หากวันใดประสบภัยพิบัติร้ายแรงก็สามารถหลบหนีไปทางนี้ได้ ข้ามีเส้นทางของข้าเอง สามารถตรงไปยังแคว้นเทียนเชวียได้”
“เงินทองเหล่านี้ อย่างไรเสียก็เพียงพอให้ครอบครัวพวกเราใช้ชีวิตอยู่ที่แคว้นเทียนเชวียได้”
“ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากพวกเราจากไป กลไกที่นี่ก็จะเปิดทำงาน อุโมงค์ทั้งหมดจะถล่มลงมา สมบัติและเงินทองที่นี่ มิว่าใครก็อย่าหวังจะนำออกไปได้”
อวี๋หงกล่าวพลางนำลั่วชิงยวนเที่ยวชม
ลั่วชิงยวนตกตะลึงยิ่งนัก “เรื่องสำคัญถึงเพียงนี้ ท่านกลับบอกข้าหรือ?”
เมื่อค้นหาไปทั่วก็พบปัญหาอย่างหนึ่ง
หากบัวถวายปรากฏอยู่ท่ามกลางสมุนไพรเหล่านี้ก็คงจะดูธรรมดาเกินไป
คลังสมุนไพรของอวี๋หงจึงมิได้เก็บบัวถวายไว้แต่แรก
ลั่วชิงยวนจึงเลือกสมุนไพรบางชนิด ตั้งใจจะรักษาอาการป่วยของผู้อาวุโสทั้งสอง
“ท่านพี่ ก่อนหน้านี้ท่านมิได้เชิญหมอเทวดามาดูแลท่านพ่อบุญธรรมหรือ?”
อวี๋หงตอบว่า “เคยเชิญหมอที่เรียกกันว่าหมอเทวดามามิน้อย แต่เมื่อเข้ามาในที่แห่งนี้ก็ขยับเท้ามิออกกันทั้งนั้น”
“ช่างน่าอนาถนัก เลือกสมุนไพรมามากมาย สุดท้ายก็ใช้กับท่านพ่อได้มิกี่อย่าง”
“แถมอาการก็มิดีขึ้นด้วย”
“ต่อมาท่านพ่อก็มิให้ข้าเชิญหมอมาอีก”
“เพราะเกรงว่าจะเปิดเผยทรัพย์สินแล้วนำมาซึ่งความยุ่งยาก”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ข้าเลือกสมุนไพรมาสองสามอย่าง น่าจะช่วยอาการป่วยของท่านพ่อบุญธรรมได้”
“ก่อนหน้านี้ข้ามิรู้ว่าท่านพี่เก็บสมุนไพรล้ำค่าไว้มากมายถึงเพียงนี้ แท้จริงแล้วหากใช้ยาถูกโรค กอปรกับการคลายปมในใจ ร่างกายก็จะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว”
อวี๋หงฟังแล้วดีใจมาก “เช่นนั้นก็รบกวนเจ้าด้วย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...