“หากเจ้ามิรีบร้อนจากไปก็จงพักอยู่ที่นี่ต่ออีกสองสามวันเถิด”
“อย่างไรเสีย เจ้ากลับไปตอนนี้ เกาเหมียวเหมี่ยวผู้นั้นย่อมต้องหาเรื่องเจ้าอีก พักอยู่ที่นี่อีกสักสองสามวันเถิด”
“ข้าจะคัดเลือกผู้คุ้มกันร้อยกว่าคนให้เจ้าเป็นการส่วนตัว ต่อไปนี้พวกเขาจะคอยติดตามเจ้า ข้าจะดูว่าใครจะกล้าข่มเหงเจ้าอีก!”
ลั่วชิงยวนมิได้เอ่ยคำใด นางเคยหาเรื่องพวกราชวงศ์มาแล้วด้วยซ้ำ
แต่เมื่อดูจากท่าทีของอวี๋หงแล้ว เขาก็มิได้เกรงกลัวที่จะเป็นศัตรูกับราชวงศ์เช่นกัน
ท้ายที่สุดแล้วเขาก็มีทรัพย์สมบัติอันน่าทึ่งมากมายถึงเพียงนี้
แต่กลับถ่อมตนกว่าที่คิดไว้มากนัก
หลังจากออกไป ลั่วชิงยวนก็นำสมุนไพรเหล่านั้นทั้งหมดมาใช้รักษาและบำรุงร่างกายของผู้อาวุโสทั้งสอง
หลังจากได้รับเถ้ากระดูกของอวี๋ตันเฟิ่ง ผู้อาวุโสทั้งสองก็เศร้าโศกอยู่หลายวัน แต่เมื่อนำอวี๋ตันเฟิ่งไปฝังแล้ว ปมในใจก็คลายลงอย่างสมบูรณ์
ท้ายที่สุดอวี๋ตันเฟิ่งก็ได้กลับคืนสู่อ้อมอกของครอบครัว และความแค้นของนางก็ได้รับการชำระแล้ว
หลังจากกินยาติดต่อกันหลายวัน จิตใจของท่านพ่ออวี๋ก็ฟื้นฟูขึ้นมาก
ยามว่างก็จะออกไปอาบแดด ลั่วชิงยวนก็จะคอยอยู่เคียงข้างเป็นครั้งคราว
“เด็กน้อย ข้าได้ยินพี่ชายเจ้ากล่าวว่าเจ้ากำลังตามหาสมุนไพรชนิดหนึ่งชื่อบัวถวายใช่หรือไม่?”
ท่านพ่ออวี๋ถามพลางหยิบกล่องผ้าไหมยาวออกมาจากแขนเสื้อ
“ช่างบังเอิญยิ่งนัก ในห้องของพ่อมีอยู่ เป็นของที่พ่อได้รับเป็นของกำนัลมานานแล้ว”
“เจ้ารับไว้เถิด”
ลั่วชิงยวนรับกล่องมาเปิดดู จึงพบว่าเป็นบัวถวายจริง ๆ
ในใจนางพลันตื้นตัน “ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านพ่อบุญธรรม!”
เมื่อเห็นนางดีใจ ท่านพ่ออวี๋ก็รู้สึกยินดีในใจราวกับได้เห็นบุตรสาวของตนเองอีกครั้ง
เมื่อครั้งที่อวี๋ตันเฟิ่งจากบ้านไปก็อายุราว ๆ นี้
ในชั่วพริบตาหนึ่ง เขารู้สึกราวกับได้เห็นอวี๋ตันเฟิ่งเมื่อครั้งยังเยาว์วัยอีกครั้ง
ลั่วชิงยวนพักอยู่ในเมืองป้านกุ่ยหลายวันแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสไปเดินเล่นในตลาดมืดดี ๆ เลย
ในคืนนั้นตลาดมืดคึกคักเป็นพิเศษ ถนนหนทางประดับประดาด้วยโคมไฟหลากสี แตกต่างจากบรรยากาศลึกลับในครั้งนั้น
ครั้งก่อนราวกับเมืองผี แต่ในวันนี้กลับมีชีวิตชีวาขึ้น
นอกจากร้านขายสมบัติล้ำค่าแปลกประหลาด บนถนนหนทางยังมีร้านขนมมากมาย พ่อค้าเข็นรถขายอาหารตะโกนเรียกลูกค้า
ลั่วชิงยวนมีความอยากรู้อยากเห็นมาก
“พวกเจ้ายังมิเคยเที่ยวตลาดมืดในวันเพ็ญเดือนเจ็ดใช่หรือไม่? ข้าเองก็มิเคย”
“ไปกันเถิด ไปดูความครึกครื้นกัน”
บนถนนหนทาง ครึ่งหนึ่งเป็นแผ่นดินมนุษย์ ครึ่งหนึ่งเป็นตลาดผี ความรู้สึกเช่นนี้ช่างแปลกประหลาด
ฝูงชนแน่นขนัด เบื้องหน้าบังเอิญเจอกลุ่มหมอผีกำลังร่ายรำ ทั้งสามถูกเบียดเข้าไปในฝูงชน
คนหนึ่งชนลั่วชิงยวนโดยมิได้ตั้งใจ
คนใบ้ตอบสนองรวดเร็ว รีบโอบไหล่ลั่วชิงยวน ปกป้องนางหลีกเลี่ยงฝูงชน
รอจนผู้คนมิเบียดเสียดเท่าเดิม ลั่วชิงยวนพลันรู้สึกผิดปกติ
นางคลำหากระเป๋าในแขนเสื้อ
“ถุงเงินข้าถูกขโมย!”
เมื่อได้ยินดังนั้น โฉวสือชีก็ตอบสนองในทันที สายตาจับจ้องไปยังกลุ่มหมอผีที่เดินผ่านไป
“ต้องเป็นคนที่ชนเจ้าเมื่อครู่นี้แน่!”
“ข้าจะตามไป!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...