นางกำลังจะตาย!
แววตาลั่วเยวี่ยอิงวาววับ มีแววบ้าคลั่งเจือเล็กน้อย
แต่ขณะที่ลั่วเยวี่ยอิงกำลังรอด้วยใจระทึกนั้นเอง ประตูก็เปิดออกกะทันหันและมีเสียงร้อนรนดังขึ้น “ท่านอ๋อง หยุดมือ”
ซูโหยว เซียวชูและท่านหมอกู้ต่างก็พุ่งเข้ามาในห้อง พวกเขาคว้ามือของฟู่เฉินหวนทันที หมอกู้ก็รีบใช้เข็มเงินฝังเข้าที่หลายจุดบนร่างของฟู่เฉินหวนทำให้เขาหมดสติไป
จังหวะที่ฟู่เฉินหวนอ่อนแรงนั้น เรี่ยวแรงที่มากมายจนเหมือนปีศาจของเขาก็หายไป ลั่วชิงยวนถูกปล่อยพ้นมือเขาแ ละลงไปทรุดกองกับพื้น นางรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่
นางสูดหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอด พร้อมยกมือขึ้นแตะลำคอที่เจ็บปวด ก่อนมองดูฟู่เฉินหวนโดนแบกไปที่เตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ฟู่เฉินหวนนั้นออกจากตำหนักอ๋องไปเพื่อรักษาตัวเมื่อเดือนก่อน และกลับมาเพียงวันเดียวก่อนวันเกิดของท่านมหาราชครู ในช่วงหนึ่งเดือนนี้อาการป่วยของเขาไม่เพียงไม่ดีขึ้น แต่กลับแย่ลง
เมื่อได้เห็นโรคของฟู่เฉินหวนอาการหนักขึ้น เขานั้นเหมือนกลายร่างเป็นผีดิบที่โดนผู้อื่นควบคุมร่าง และสุดท้ายก็จะทำร้ายตัวเอง
ผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังนั้นต้องการให้ฟู่เฉินหวนคลุ้มคลั่งตอนที่อยู่ในจวนมหาราชครู แต่คนผู้นั้นไม่ได้คาดว่าลั่วชิงยวนจะแก้ไขสถานการณ์ได้ และลั่วชิงยวนเองก็ไม่คิดว่าฟู่เฉินหวนจะเกิดอาการกำเริบอีกรอบในคืนนี้
หลังจากที่ท่านหมอกู้ตรวจดูอาการของฟู่เฉินหวน เขาก็รีบสั่งว่า “เร็วเข้ารีบไปเตรียมยา เตรียมน้ำแข็งใส่อ่างไว้ด้วย พาท่านอ๋องลงไปแช่เร็ว”
ซูโหยวรีบสั่งการให้คนไปทำตามที่ท่านหมอบอก
หลังจากแน่ใจแล้วว่าตอนนี้ท่านอ๋องปลอดภัยดี ซูโหยวก็เดินเข้ามาช่วยประคองลั่วชิงยวน
“พระชายาไม่เป็นอะไรใช่ไหมขอรับ?”
ลั่วชิงยวนส่ายหน้าแต่ว่านางเองก็ยังคงกลัวอยู่
ท่านหมอกู้เข้ามาดูอาการบาดเจ็บที่คอของลั่วชิงยวนและบอกว่า “ข้าจะนำขี้ผึ้งรักษาบาดแผลมาให้พระชายาทีหลัง ท่านต้องทาทุกวัน”
“ขอบคุณท่านหมอกู้มาก”
ลั่วชิงยวนจ้องท่านหมอกู้อยู่นาน นางอยากจะถามว่า เหตุใดอาการป่วยของท่านอ๋องจึงไม่ดีขึ้นแต่กลับทรุดหนัก หลังจากที่ท่านหมอกู้รักษาเขาอยู่นานหลายวัน
“แม้ว่าพระชายาจะมีความรู้เรื่องการรักษาอยู่บ้าง ท่านก็ต้องไม่ใจร้อนบุ่มบ่ามเช่นนี้อีก เพราะว่ามันอันตรายมาก” ท่านหมอกู้เตือน
เมื่อคิดว่า ลั่วชิงยวนนั้นมีความสามารถมาก ดังนั้นนางจึงได้รีบพุ่งเข้ามาในห้องโดยปราศจากความหวาดกลัวใด ๆ แต่กลายเป็นว่านางเองเกือบโดนท่านอ๋องบีบคอจนถึงตาย
เมื่อได้ยินข้อสงสัยของนาง ซูโหยวก็อธิบายว่า “ท่านหมอกู้นั้นใกล้ชิดกับท่านอ๋อง ไทเฮาและพระสนมทั้งหลาย เขานั้นเป็นคนที่น่าเชื่อถือทั้งยังมีทักษะทางการแพทย์ที่สูงส่ง ไม่มีอาการของโรคใดที่ยากและซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะรักษาได้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ลั่วชิงยวนก็อดตะลึงไปไม่ได้
ท่านหมอเทวดากู้นั้นเป็นคนสนิทของพระมารดาของท่านอ๋อง ไม่แปลกใจที่พวกเขาจะเชื่อใจท่านหมอกู้มากเช่นนี้
แม้นางจะสงสัยว่า มีบางอย่างผิดปกติกับท่านหมอกู้ แต่นางเองก็ไม่มีหลักฐาน และไม่สามารถยกเรื่องนี้มาพูดกับพวกเขาได้ เพราะจะไม่มีใครยอมเชื่อนางแน่
ลั่วชิงยวนคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนบอกว่า “ซูโหยว เจ้าไม่คิดว่าอาการป่วยของท่านอ๋องตอนนี้แปลกบ้างหรือ?”
ซูโหยวนิ่วหน้าอย่างงุนงง “พระชายาหมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ?”
เป็นไปได้หรือไม่ว่า ท่านอ๋องโดนวิญญาณร้ายสิงสู่?
ลั่วชิงยวนนั้นกำลังจะพูดออกไป แต่นางเห็นเงาร่างหนึ่งยืนซุ่มอยู่เงียบ ๆ อยู่ตรงลานที่ไม่สว่างไสวนัก
หัวใจลั่วชิงยวนเต้นระทึกทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...