ฟู่เฉินหวนเดินข้ามสะพานมา แล้วกล่าวว่า “มิคิดว่าพวกเจ้าจะสร้างสะพานสำเร็จจริง ๆ”
ฉู่จิ้งหัวเราะเบา ๆ “มีข้าอยู่ จะสร้างมิสำเร็จได้อย่างไร?”
ซ่งเชียนฉู่จ้องมองฟู่เฉินหวนด้วยความงุนงง แล้วถามว่า “ท่านมาจากทางนั้นหรือ?”
“ท่านมาจากแคว้นหลีหรือ?”
ฟู่เฉินหวนพยักหน้า
ซ่งเชียนฉู่ประหลาดใจ นางหันไปมองฉู่จิ้งด้วยความสับสน “เจ้ารู้ว่าเขาไปแคว้นหลีหรือ?”
ฉู่จิ้งเลิกคิ้ว “ขึ้นไปคุยกันข้างบนเถิด”
จากนั้นทั้งสามก็ปีนบันไดเถาวัลย์ขึ้นไปยังหน้าผา
แต่คาดมิถึงว่าเฉินเซี่ยวหานจะอยู่ที่นี่
“สะพานสร้างเสร็จแล้วใช่หรือไม่?” เฉินเซี่ยวหานถาม
ซ่งเชียนฉู่พยักหน้า แต่มิได้เอ่ยคำใด
ทุกคนเดินทางไปยังคฤหาสน์ บรรยากาศแปลกประหลาด เพราะทุกคนเงียบกันไปตลอดทาง
เฉินเซี่ยวหานมาถึงคฤหาสน์นานแล้ว เข้าร่วมในการสร้างคฤหาสน์ สร้างสะพานและทุ่มเทแรงกายแรงใจ
เดิมทีซ่งเชียนฉู่ก็จะไล่เขาไป แต่เขากลับมิยอมไป เอาแต่ช่วยเหลือเงียบ ๆ เสมอ
นานวันเข้า ผู้คนในคฤหาสน์ก็ยอมรับการมีอยู่ของเขา
เพียงแต่ซ่งเชียนฉู่ยังคงมิค่อยพูดคุยกับเขา นางกลัวตัวเองจะใจอ่อน จึงมักหลบหน้าเฉินเซี่ยวหานเสมอ
ถึงแม้นางจะไปที่ใด เฉินเซี่ยวหานก็จะไปที่นั่น
เฉกเช่นคราวนี้ นางพักอยู่ข้างล่างเพื่อสร้างสะพานถึงสองวัน นางรู้ว่าเฉินเซี่ยวหานจะต้องเฝ้าอยู่ข้างบนสองวันเช่นกัน เพราะตลอดสองวันนั้นมักจะมีอาหารและน้ำถูกหย่อนลงมาในตะกร้า
ต้องเป็นเฉินเซี่ยวหานที่หย่อนของพวกนั้นลงมาแน่นอน
ทั้งสี่กลับมาถึงคฤหาสน์
สำนักหุบเขาซีหลิงจี้เยวี่ยในปัจจุบันก็สร้างเสร็จแล้ว เหมือนกับเมื่อก่อนไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแต่เป็นสำนักหุบเขาซีหลิงจี้เยวี่ยหลังใหม่
ช่วงเวลานี้ เขาได้ร่วมเป็นร่วมตายกับนางมาหลายครั้งแล้ว
ซ่งเชียนฉู่ฟังแล้วกังวลยิ่งนัก เตรียมจะถามต่อ
แต่ซ่งอวี่รีบกล่าวห้ามปรามนาง “เชียนฉู่ เจ้าอย่าได้รีบร้อน พวกเรากินอาหารเสร็จแล้วค่อยคุยกันก็ได้”
“ท่านอ๋องเสด็จเดินทางมาไกลถึงเพียงนี้คงจะเหนื่อยล้ามากแล้ว ให้ท่านพักผ่อนก่อนเถิด”
ซ่งอวี่มองท่าทางของฟู่เฉินหวนแล้วก็กังวลใจ ก่อนหน้านี้ถึงแม้จะบาดเจ็บ แต่ร่างกายก็มิได้ผอมซูบถึงเพียงนี้ มองดูแล้วน่าสงสารยิ่งนัก มิรู้ว่าประสบกับความทุกข์ทรมานอะไรมาบ้าง
หลังจากทานอาหารเสร็จ ซ่งอวี่ก็หาข้ออ้างพาเฉินเซี่ยวหานออกไป ปล่อยให้ทั้งสามพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว
ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับลั่วชิงยวนและแคว้นหลี เขาทราบดีว่ายิ่งมีคนรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งปลอดภัย
ฟู่เฉินหวนนั่งลงบนบันไดหินหน้าประตูคฤหาสน์ แล้วเล่าสถานการณ์ของลั่วชิงยวนในแคว้นหลีให้ฟัง
ซ่งเชียนฉู่ฟังแล้วใจหาย “เหตุใดเฉินชีที่เก่งกาจถึงเพียงนั้นแต่กลับปกป้องนางมิได้กัน?”
“ความรู้สึกของเฉินชีที่มีต่อนางซับซ้อนนัก ยากจะอธิบายด้วยคำพูดเพียงมิกี่คำ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...