ในเมื่ออวี๋หงมิอยู่ ลั่วชิงยวนจึงจำต้องเป็นคนจัดการเอง
อวี๋หลินเดินไพล่หลังเข้ามาในคฤหาสน์อย่างสง่าผ่าเผย เดินตรงเข้าไปราวกับคุ้นเคยเส้นทางดี
“เฮ้อ เหตุใดท่านอาของข้าจึงยังอาศัยอยู่ในเรือนเก่าโทรมเช่นนี้มานานหลายปีเช่นนี้เล่า ลานบ้านควรได้รับการบูรณะเสียใหม่”
“ส่วนสวนดอกไม้นั่น ดอกไม้ก็ขึ้นกระจายไปหมด ทั้งหมดล้วนเป็นดอกไม้ป่าไร้ค่า เหตุใดเจ้าเมืองแห่งเมืองป้านกุ่ยผู้ยิ่งใหญ่จึงมิปลูกดอกไม้ล้ำค่าบ้างเล่า”
“ผ่านมาหลายปีถึงเพียงนี้ เหตุใดหลังจากครอบครัวพวกข้าจากไป ท่านอาจึงยิ่งมีชีวิตที่รันทดขึ้นเล่า?”
“โชคดีที่คราวนี้ข้าพาคนมาด้วยมิน้อย หากว่างก็จะช่วยกันบูรณะลานบ้านนี้ให้งดงามสมกับฐานะเจ้าเมือง”
อวี๋หลินพึมพำกับตนเอง เดินไปจนถึงที่พักของผู้อาวุโสอวี๋
เมื่อผู้อาวุโสอวี๋เห็นเขาก็ยังจำมิได้ในตอนแรก
หลังจากอวี๋หลินบอกฐานะของตนแล้ว ผู้อาวุโสอวี๋ก็ขมวดคิ้ว
“ในเมื่อเจ้ามีชีวิตที่ดีแล้ว เหตุใดจึงยังมาหาพวกเราอีก?”
อวี๋หลินย่อตัวลง กล่าวด้วยท่าทีประจบประแจง “ท่านอาอยู่คนเดียว เกรงว่าจะดูแลท่านทั้งสองมิไหวขอรับ”
“ดังนั้นข้ากลับมาคราวนี้ก็เพื่อมาดูแลท่านทั้งสองโดยเฉพาะ”
“ท่านปู่ ความบาดหมางในรุ่นก่อนของท่านควรจะจบสิ้นลงในรุ่นข้าแล้ว ตอนนี้ท่านทั้งสองก็อายุมากแล้ว ท่านอาของข้ากลับยังไม่มีบุตรเลยแม้แต่คนเดียว แล้วใครเล่าจะดูแลท่านทั้งสองยามชรา”
“นับจากวันนี้ไป ข้าจะดูแลท่านทั้งสองเองขอรับ!”
อวี๋หลินกล่าวอย่างจริงจัง
ดูไปแล้วก็พอมีเค้าลางของความกตัญญูอยู่บ้าง
ลั่วชิงยวนจึงไปจัดการเรื่องอาหารและที่พักให้เขา
ฟังดูแล้วพวกเขาคงมีความบาดหมางกันในรุ่นก่อน ลั่วชิงยวนมิได้รู้เรื่องราวใด ตั้งใจจะรออวี๋หงกลับมาแล้วค่อยจัดการ
วันนี้บนโต๊ะอาหารมีอวี๋หลินเพิ่มมาอีกคน
ทำให้การกินอาหารมิค่อยราบรื่นนัก
อวี๋หลินใช้ตะเกียบเขี่ยอาหารในจานอย่างมิพอใจ แล้วเปลี่ยนไปอีกจานหนึ่ง ก่อนเขี่ยอีกสองสามครั้ง
จานอาหารหลายจานถูกเขาใช้ตะเกียบเขี่ยไปมา แต่กลับไม่มีอาหารในจานใดถูกเขาคีบเข้าปาก
ผู้อาวุโสอวี๋ขมวดคิ้ว ยังมิทันเอ่ยปาก อวี๋หลินก็กล่าวขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงรังเกียจ “พวกท่านกินอะไรกันนี่?”
“มิต้องการอาหารเลิศรสก็ควรกินของที่ดีกว่านี้บ้างมิใช่หรือขอรับ”
“ไม่มีแม้แต่มารยาท! ในบ้านพวกข้า คนนอกเช่นเจ้าไม่มีสิทธิ์นั่งร่วมโต๊ะกินข้าว! ไปให้พ้น ออกไป!”
อวี๋หลินใช้คำพูดหยาบคายขับไล่ลั่วชิงยวน
คราวนี้ผู้อาวุโสอวี๋โกรธจัดจริง ๆ
เขาลุกขึ้นทันที แล้วตบศีรษะของอวี๋หลินอย่างแรง
“เจ้าต่างหากที่ต้องไปให้พ้น!”
“ออกไปเดี๋ยวนี้!”
การตบของผู้อาวุโสอวี๋ด้วยความโกรธเกือบทำให้อวี๋หลินล้มลงกับพื้น
อวี๋หลินตั้งสติได้ ศีรษะยังมึนงงขณะมองผู้อาวุโสอวี๋ด้วยความตกใจ “ท่านปู่ ข้าต่างหากคือคนของตระกูลอวี๋!”
ผู้อาวุโสอวี๋ยกม้านั่งขึ้น “เจ้าจะไปหรือไม่?!”
อวี๋หลินมิพอใจ เตรียมจะพูดบางอย่างอีก แต่ลั่วชิงยวนรีบคว้าแขนเขา แล้วดึงเขาออกจากห้อง
อวี๋หลินโกรธจัดสาปแช่ง “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร อย่ามาแตะต้องตัวข้า!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...