“เจ้าค่ะ”
ลั่วชิงยวนอดมิได้ที่จะเผยรอยยิ้ม
นางสัมผัสได้ถึงความรักที่พ่อบุญธรรมมีให้นางอย่างแท้จริง ความรู้สึกที่ถูกดูแลประคบประหงมราวกับเด็กน้อยนี้ มิเคยได้รับอีกเลยนับตั้งแต่ท่านอาจารย์ลั่วกับท่านอาลั่วหรงจากไป
......
สามวันต่อมา ในที่สุดกระบี่หมื่นทิศเล่มนั้นก็ถูกนำมาจัดแสดงที่ลานประมูลทองคำ
แต่ก่อนหน้านั้น ลั่วชิงยวนได้ไปพบชายผู้นั้นเป็นการส่วนตัวเพื่อหารือเรื่องราวบางอย่าง และได้ตกลงความร่วมมือกันบางประการแล้ว
การประมูลเริ่มต้นขึ้น ค่ำคืนนี้ในลานประมูลมีผู้คนแน่นขนัด เกือบทั้งหมดล้วนมาเพื่อกระบี่หมื่นทิศ
เมื่อกระบี่หมื่นทิศถูกนำออกมา เห็นได้ชัดว่ามีเสียงฮือฮาดังขึ้นจากทุกห้อง
เสียงของอวี๋หลินดังขึ้นเป็นเสียงแรก “หนึ่งแสนตำลึง!”
ราคานี้ตัดความหวังของคนมากมายไปทันที
โฉวสือชีเสนอราคา “สามแสนตำลึง”
อวี๋หลินหมอบอยู่นอกหน้าต่าง เหลือบมองมาทางแวบหนึ่ง จากนั้นก็กัดฟันคำราม “ห้าแสนตำลึง!”
การเดิมพันครั้งนี้เป็นการเดิมพันกันอย่างเปิดเผย แท้จริงแล้วก็คือการประลองว่าใครมีเงินมากกว่ากัน
ประลองกันว่าใครสามารถนำเงินสดมาได้มากกว่า
หลังจากอวี๋หลินตะโกนราคาห้าแสนตำลึงแล้วมิได้ยินเสียงจากห้องข้าง ๆ เขาก็หัวเราะเยาะ “เงินแค่นี้ยังไม่มี แล้วยังกล้ามาเดิมพันกับข้าอีกรึ?”
“เจ้าได้เป็นอนุแน่นอน!”
เสียงของอวี๋หลินดังมาก ก้องไปทั่วลานประมูลที่เงียบสงบ
ทุกคนต่างก็คิดว่าราคาห้าแสนตำลึงนั้นสูงลิบลิ่วแล้ว มิอาจเพิ่มขึ้นได้อีก
ถึงแม้กระบี่หมื่นทิศจะมีราคาสูง แต่ก็ยังมิถึงราคาเท่านั้น
คนในห้องอื่นเริ่มวิพากษ์วิจารณ์
“ดูเหมือนว่ากระบี่หมื่นทิศนี้จะตกเป็นของอวี๋หลินแล้ว”
“อวี๋หลินผู้นี้เป็นใครกัน? ร่ำรวยถึงเพียงนี้เชียว”
“ได้ยินว่าเป็นรองแม่ทัพแห่งอวิ๋นโจว”
“รองแม่ทัพแห่งอวิ๋นโจวหรือ? ก็มิน่าจะหาเงินได้เยอะถึงเพียงนั้น”
อวี๋หลินโกรธจัด ตวาดว่า “ข้ามิเชื่อว่าเจ้าจะนำเงินสดหนึ่งล้านตำลึงมาจ่ายได้!”
“อย่ามาอ้างว่ารู้จักเจ้าเมืองแล้วไปสมคบคิดกับตลาดมืด จงใจปั่นราคาแย่งชิงของไป แท้จริงแล้วไม่มีเงินแม้แต่แดงเดียว!”
อวี๋หลินคิดว่าตนเองล่วงรู้แผนการของอีกฝ่ายแล้ว
ในห้องพักไม่มีเสียงตอบกลับ
อวี๋หลินจึงยิ่งได้ใจ คว้าเรื่องนี้ไว้มิปล่อย “ข้าพูดถูกใช่หรือไม่! พวกเจ้าสมคบคิดกับตลาดมืด! พวกเจ้ามีเงินเสียที่ไหนเล่า!”
“มิคาดว่าตลาดมืดทำมาค้าขายมานานถึงเพียงนี้กลับมิยุติธรรมถึงเพียงนี้ เลวร้ายยิ่งนัก! วันนี้พวกเจ้าต้องให้คำอธิบายแก่พวกข้า!”
คำพูดของอวี๋หลินทำให้ผู้คนมากมายเริ่มสงสัยว่าตลาดมืดจะกระทำเช่นนี้จริงหรือ
เช่นนั้นมันก็มิยุติธรรมสำหรับคนธรรมดาสามัญเกินไปแล้ว
มีคนตะโกนว่า “สิ่งที่ตลาดมืดทำลับหลังเรามิสน แต่ในเมื่อนำมาประมูลแล้วก็ควรประลองอย่างยุติธรรม ต้องทำตามกฎ!”
คนอื่น ๆ ก็เห็นด้วย “ใช่! ของที่นำมาประมูลที่นี่ต้องเป็นไปตามกฎ!”
“มิเช่นนั้นต่อไปใครจะกล้ามาซื้อของที่นี่อีก!”
เมื่อเห็นความวุ่นวายก่อตัวขึ้น อวี๋หลินก็ยิ่งลำพองใจ เขามั่นใจว่าพวกนั้นมิสามารถนำเงินสดหนึ่งล้านตำลึงออกมาได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...