เมื่อโฉวสือชีเห็นบัวถวายก็ตาเป็นประกาย
“นี่ได้มาจากที่ใด?”
ฉีอวี้ยกยิ้มมีเลศนัย “ข้าก็มีหนทางของข้า”
“แต่คงเป็นดอกสุดท้ายแล้ว มีกองกำลังหนึ่งกำลังรวบรวมบัวถวายไปทั่ว”
“มิรู้ว่าเป็นผู้ใด จะนำบัวถวายมากมายถึงเพียงนั้นไปทำอะไรก็มิรู้”
“ท่านว่าพี่หญิงลั่วกลับมาเห็นแล้วจะดีใจหรือไม่?”
โฉวสือชียิ้มแล้วพยักหน้า “ต้องดีใจแน่นอน”
......
เช้าวันนี้ลั่วชิงยวนยังคงหลับใหลอยู่บนเตียง เฉินชีก็บุกเข้ามาในห้องด้วยความตื่นเต้น
ปลุกนางให้ตื่น
“อาเหลา ตื่นเร็วเข้า”
“กระบี่เสร็จแล้ว”
ลั่วชิงยวนลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย เดินตามเขาออกจากห้องไป แล้วจึงเห็นว่าบนโต๊ะด้านนอกมีกระบี่วางอยู่ถึงห้าเล่ม
“เหตุใดจึงมากมายถึงเพียงนี้? เล่มใดคือของข้า?”
เฉินชียิ้มอย่างมีความหมาย “เจ้าเลือกเล่มที่ถนัดมือเถิด”
ลั่วชิงยวนหยิบขึ้นมาดูทีละเล่ม จากนั้นก็เลือกกระบี่เล่มหนึ่งที่มีน้ำหนักพอเหมาะ จับถนัดมือ แต่ก็มิเบาเกินไป
นางยกกระบี่ขึ้นมามองดูใต้แสงแดด แล้วก็เผยยิ้ม “กระบี่เล่มนี้น่าจะตีจากกระบี่ห้วงสวรรค์ใช่หรือไม่?”
เฉินชีพิงกำแพง แล้วยิ้มอย่างพึงพอใจ “สายตาของอาเหลาเฉียบคมเช่นนี้ หากเรียนวิชาตีกระบี่กับข้า ย่อมต้องกลายเป็นปรมาจารย์แห่งยุคเป็นแน่”
ลั่วชิงยวนหัวเราะเบา ๆ “ที่สำคัญ ข้ายังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของกระบี่พิชิตมารจากกระบี่เล่มนี้ด้วย”
เฉินชีค่อย ๆ เดินเข้ามา แล้วกล่าวว่า “ใช่ ในเมื่อจะมอบให้เจ้าใช้ ย่อมต้องมิใช่อาวุธธรรมดา”
“ข้าปรับแต่งกระบี่ห้วงสวรรค์ใหม่ ถึงแม้พลังยังมิอาจเทียบเท่ากระบี่พิชิตมารได้ แต่ด้วยการใช้งานสะสมไปเรื่อย ๆ มิว่าจะเป็นการสังหารคนหรือขับไล่สิ่งชั่วร้าย ก็จะทำให้พลังของกระบี่เล่มนี้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”
“ด้วยพลังฝีมือของอาเหลา มิแน่ว่า อีกมินานก็อาจจะทำให้กระบี่เล่มนี้เหมือนกับกระบี่พิชิตมารของข้า”
ลั่วชิงยวนถือกระบี่ฝึกสองสามกระบวนท่า พลังกระบี่รุนแรงยิ่งนัก ครั้นเมื่อเก็บกระบี่ ใบไม้ก็ร่วงหล่นพร่างพราย
พลังนั้นรุนแรงมหาศาล
เมื่อเดินผ่านโรงน้ำชาก็ได้ยินเสียงสนทนาจากภายใน
“ลั่วชิงยวนนี่มิธรรมดาจริง ๆ ถึงกับจะเป็นว่าที่เจ้าเมืองป้านกุ่ย พลังและฝีมือมิอาจประมาทได้ มิรู้ว่าปะทะกับจูลั่วแล้วใครจะชนะ”
“หากเป็นการประลองกระบี่ ย่อมต้องเป็นจูลั่วชนะสิ! เพราะฝีมือกระบี่ของเขาเป็นรองเพียงฝูเหมิ่งเท่านั้น!”
“แต่ฝูเหมิ่งก็ตายด้วยน้ำมือลั่วชิงยวนเชียวนะ!”
“เรื่องนี้… พูดยากแล้ว”
ลั่วชิงยวนประหลาดใจ ผู้คนเหล่านี้ดูเหมือนจะมาเพื่อชมการประลองของนางกับจูลั่ว
หลังจากกลับไป นางก็รีบเรียกโฉวสือชีมาสอบถามสถานการณ์
โฉวสือชีตอบว่า “ถูกต้องแล้ว ล้วนมาเพื่อชมการประลองของเจ้ากับจูลั่วนั้นแล”
“หลังจากครั้งที่แล้ว ข่าวก็แพร่สะพัดออกไป ช่วงหลายวันนี้ผู้คนที่มายังตลาดมืดก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โรงเตี๊ยมเต็มหมดจนหลายคนไม่มีที่พักแล้ว”
“คาดว่าในวันประลองจริง คนคงจะเยอะกว่านี้อีก”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็หรี่ตาครุ่นคิด จากนั้นดวงตาก็เป็นประกาย
“โอกาสทำเงินดี ๆ เช่นนี้จะปล่อยผ่านไปได้อย่างไร!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...