ลั่วเยวี่ยอิงกัดฟันแน่น นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทุ่มสุดตัวเช่นนี้ ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้จะจบเช่นไรเล่า?
หากว่าการที่ลั่วชิงยวนรนหาที่ตายนั้นสามารถเปลี่ยนท่าทีที่ท่านอ๋องมีให้นางได้ ตัวนางเองก็ทำได้เช่นกัน
นางวิ่งเข้าใส่กำแพงอย่างแรง
ตอนนี้หน้าผากกำลังจะชนผนังก็มีมือมารั้งนางไว้อย่างแรง
สีหน้าของฟู่เฉินหวนนั้นบิดเบี้ยวดูไม่ได้
ลั่วเยวี่ยอิงร้องไห้และคุกเข่าลง “ท่านอ๋อง หม่อมฉันรู้จริง ๆ ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น หม่อมฉันไม่รู้ว่าพูดเรื่องไร้สาระอะไรออกไปบ้าง ทั้งหมดนั้นหม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจ…”
ตอนนั้นเองท่านหมอกู้ก็รีบเดินเข้ามา เขามองหน้าลั่วเยวี่ยอิงและพูดกับฟู่เฉินหวนว่า “ท่านอ๋อง คุณหนูรองลั่วดููสับสนนัก นางอาจจะกินยาบางอย่างที่ทำให้นางมึนงงสับสน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลั่วเยวี่ยอิงก็เหมือนเห็นฟางช่วยชีวิต นางรีบพูดว่า “เพคะ ท่านอ๋อง ต้องมีคนพยายามทำร้ายหม่อมฉันแน่”
“ท่านหมอกู้เองก็พูดเช่นนี้ ท่านอ๋องต้องเชื่อหม่อมฉันนะเพคะ”
แน่นอนว่าฟู่เฉินหวนรู้ว่าลั่วเยวี่ยอิงนั้นไม่รู้ตัว หากว่านางมีสตินางจะพูดเรื่องพวกนี้ออกมาได้อย่างไร
สิ่งที่ลั่วเยวี่ยอิงทำคืนนี้นั้นแปลกมาก
เขาอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมอง
ลั่วชิงยวนนั้นแอบอยู่ข้างกำแพง ตอนที่ฟู่เฉินหวนชำเลืองมา นางรีบหลบทันใด
ฟู่เฉินหวนนั้นไม่เห็นลั่วชิงยวน แต่ว่าเขาเห็นเงาดำบางอย่างแวบผ่านไป แววตาเขาฉายประกายเย็นเยียบ
“เข้ามา” ฟู่เฉินหวนตะโกน
เขาสั่งซูโหยว “ไปตรวจสอบเรือนหัวถิง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
สีหน้าลั่วเยวี่ยอิงประหวั่นพรั่นพรึง
ฟู่เฉินหวนก้มลงมองนาง เขาพยายามปกปิดความเย็นเยียบในแววตาและพูดกับนางเสียงอ่อนขึ้น “คืนนี้เจ้าหวาดกลัวและตื่นตระหนกนัห กลับไปสงบใจที่เรือนก่อน อย่าทำเรื่องอะไรโง่ ๆ อีก”
“ท่านหมอกู้ช่วยส่งเยวี่ยอิงกลับเรือนแล้วสั่งยาสงบใจให้นางสักสองเทียบได้หรือไม่?”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า จากนั้นก็วางกระดาษพร้อมพู่กันและหมึกลง ก่อนบอกว่า “ข้าไม่รู้ว่าเมื่อก่อนเจ้าหน้าตาเป็นเช่นไร เจ้าอธิบายมาให้ข้าฟัง ข้าจะวาดออกมา”
เวินซีหลันตะลึงไปเล็กน้อยและรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว อากาศค่ำคืนฤดูใบไม้ร่วงก็ค่อนข้างเย็น การที่มีวิญญาณสองตนหนึ่งเล็กหนึ่งใหญ่อยู่ในห้องก็ยิ่งทำให้อากาศในห้องเย็นยิ่งขึ้น มือของลั่วชิงยวนในยามค่ำคืนนั้นเย็นเฉียบ
ลั่วชิงยวนวาดรูปเหมือนออกมาสองรูปตามคำบอกของเวินซีหลัน
“แบบนี้หรือ?”
เวินซีหลันมองและพยักหน้าอย่างตื่นเต้น “ใช่แล้วเจ้าค่ะ ท่านวาดภาพเก่งจริง ๆ นี้เหมือนอย่างไม่มีผิดเพี้ยนเลยเจ้าค่ะ”
ลั่วชิงยวนนอดคิดไม่ได้ว่าเวินซีหลันนั้นสมชื่อ ชื่อไพเราะหน้าตาก็งดงาม
น่าเสียดายนักที่หญิงงามเช่นนี้ต้องถูกขังไว้ในกองเพลิงและโดนเผาอยู่นานหลายปีจนไม่เหลือเค้าเดิม
ลั่วชิงยวนวาดอักขระเวทย์สองชิ้น จากนั้นก็ยื่นภาพวาดไปที่เวินซีหลัน
รูปที่อยู่บนกระดาษเลื่อนไปที่ใบหน้าของนางและค่อย ๆ ปลิวลงไปที่พื้น เมื่อกระดาษร่วงถึงพื้นก็กลายเป็นเพียงกระดาษเปล่า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...