”แม่นางหลิวจู่ ๆ ก็มากล่าวหาข้า หาว่าข้าล่อลวงคุณชายฉิน และคุณชายฉินเองก็พูดตลอดว่าเขามาที่นี่เพื่อภาพหญิงงามซีหลาน สรุปได้ว่าปัญหาทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นเพราะภาพหญิงงามซีหลาน”
“วันนั้นที่หอเริงรมย์ก็เป็นเจ้าที่คิดจะประชันฝีมือวาดภาพกับข้า หากข้ารู้ว่าแม่นางหลิวมิอาจยอมรับความพ่ายแพ้ได้ ข้าก็คงจะมิวาดภาพหญิงงามซีหลานขึ้นมา”
“วันนี้เจ้ายังมากล่าวหาว่า ข้านั้นล่อลวงสามีของเจ้าและใส่ร้ายข้ามากมาย ความคิดของแม่นางหลิวนั้นไม่เรียบง่ายเลยจริง ๆ”
“ข้ามิสนใจหรอกหากว่าเจ้าทำให้ข้าต้องเสียชื่อเสียง แต่ข้ามิอาจปล่อยให้เจ้าทำให้ท่านอ๋องต้องเสียชื่อได้”
“วันนี้ข้าขอสัญญากับเจ้าเลยว่า ชั่วชีวิตนี้ข้าจะไม่วาดภาพอีก ภาพหญิงงามซีหลานนั้นจะเป็นภาพสุดท้ายของข้า เช่นนี้แม่นางหลิวจะปล่อยข้าไปได้หรือยัง?”
ใครจะไปแสร้งเป็นอ่อนแอและร้องไห้อย่างน่าสมเพชกัน?
ทันทีที่ลั่วชิงยวนเอ่ยออกมา ลมก็เปลี่ยนทิศทันที บรรดาคนที่วิจารณ์อยู่รอบตัวต่างก็เปลี่ยนหัวข้อ
“นางจะไม่วาดรูปอีกแล้วในชีวิตนี้งั้นหรือ? วันนั้นข้าเห็นที่หอเริงรมย์ ผู้คนต่างก็ชื่นชมทักษะการวาดภาพที่ล้ำเลิศของพระชายา นางนั้นวาดคนได้เหมือนมีชีวิต หากว่านางหยุดวาดภาพก็น่าเสียดายนัก”
“กลายเป็นว่าที่แม่นางหลิวคลั่งขนาดนี้แล้วมาก่อเรื่องใหญ่โตเป็นเพราะว่านางริษยาทักษะการวาดภาพของพระชายานี่เอง นางถึงกับมาบังคับให้พระชายาหยุดวาดภาพ น่ารังเกียจนัก”
ทั้งแม่ทัพใหญ่ฉินและฟู่เฉินหวนต่างก็ตะลึง
ฟู่เฉินหวนหรี่ตาลงเล็กน้อย และมองลั่วชิงยวนอย่างลึกล้ำ เขาชื่นชมนาง กลยุทธ์ถอยเพื่อรุกนี้ได้ผลมาก
มันเปลี่ยนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนได้ในทันใด
หลิวฮุ่ยเซียงตกใจและรีบบอกว่า “ข้าเปล่า ข้าไปบังคับให้เจ้าหยุดวาดภาพเมื่อใดกัน?”
น้ำเสียงลั่วชิงยวนเย็นชา “หากว่ามิใช่เพราะเหตุนี้แล้วแม่นางหลิวมาก่อเรื่องวุ่นวายวันนี้ด้วยสาเหตุใดเล่า? สามีของเจ้าก็ยอมรับเองว่า เขาก็เพียงแค่อยากมาดูภาพหญิงงามซีหลานเท่านั้น เจ้านั้นทุ่มเทอยากขัดขวางเขา นั้นไม่ใช่เพราะเจ้าไม่อยากให้เขาได้เห็นหรอกหรือ?”
คำพูดพวกนี้ทำให้ฉินไป๋หลี่ตัวแข็งค้าง
คำของลั่วชิงยวนทำให้เขาคิดได้ว่าหลิวฮุ่ยเซียงก่อเรื่องขนาดนี้เพียงเพื่อขัดขวางเขาไม่ให้เห็นภาพหญิงงามซีหลาน
เหตุใดหลิวฮุ่ยเซียงจึงทำเช่นนี้?
ลั่วชิงยวนพูดต่อ “คุณชายฉิน ข้าต้องขอโทษ ท่านก็เห็นท่าทีของแม่นางหลิวแล้ว หากว่าข้านำภาพหญิงงามซีหลานมาให้ท่านชม นางก็อาจจะกล่าวหาว่าข้าและท่านเป็นชู้กันต่อหน้าชาวบ้าน”
ใบหน้าฉินชิงไห่แข็งค้าง เขาจ้องนางอย่างเกรี้ยวกราดก่อนเดินจากไป
ขณะมองแผ่นหลังของครอบครัวนั้นจากไป ลั่วชิงยวนก็หรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาเย็นเยียบ
ช่วงนี้ครอบครัวของฉินชิงไห่ต้องมีเรื่องแน่ นางหวังว่าแม่ทัพฉินจะไม่ถือศักดิ์ศรีและไม่มาหานางเพราะทนไม่ได้ที่ต้องเชิญนางไป
ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ
ขณะที่นางคิดเรื่องนี้ ลั่วอวิ๋นสี่ที่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ ก็จ้องลั่งชิงยวนเขม็ง “เจ้าเสแสร้งอีกแล้ว ท่านแม่ข้าชอบคนอย่างเจ้าได้อย่างไรกัน”
เมื่อพูดจบลั่วอวิ๋นสี่ก็จากไปอย่างฉุนเฉียว
วันนั้นตอนที่นางกลับจากหอเริงรมย์ นางก็โดนมารดาตำหนิเกือบโดนลงโทษให้ต้องไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชน
ลั่วชิงยวนเป็นคนที่ไปฟ้องมารดาของนาง ร้ายกาจนัก
วันนี้ขนาดแม่ทัพฉินมาเอง ก็ยังไม่สามารถเล่นงานลั่วชิงยวนได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...