ทุกคนตกตะลึง เมื่อเงยหน้ามองไป พวกเขาเห็นชายผู้หนึ่งในชุดผ้าทอก้าวเข้ามาอย่างมั่นคงช้า ๆ ด้วยลักษณะท่าทางที่ดุดัน
ฟู่เฉินหวนชำเลืองมองไปที่ลั่วชิงยวนที่เปื้อนเลือดอยู่บนพื้นพลางขมวดคิ้วแน่น เขาตกใจมากเมื่อได้ยินคำพูดที่หนักแน่นของนางเรื่องการตัดความสัมพันธ์ ในเมืองหลวงแห่งนี้จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่กล้าตัดความสัมพันธ์กับครอบครัวของตนเช่นนี้?
หลายวันมานี้เขาสังเกตเห็นว่า ลั่วชิงยวนนั้นเปลี่ยนไป แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่านางจะกล้าพูดเช่นนี้ น้ำเสียงที่หนักแน่น และจิตใจที่หยิ่งในศักดิ์ศรี ทำให้เขารู้สึกประทับใจเล็กน้อย
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เดินเข้ามาในประตู
“กระหม่อมมิทราบว่าท่านอ๋องจะเสด็จมาที่นี่” ลั่วไห่ผิงรีบกำปั้นกำไว้ที่หน้าอกทักทาย “วันนี้กระหม่อมใช้กฎครอบครัวเพื่อสั่งสอนบุตรสาวของกระหม่อม ช่างน่าขายหน้าต่อท่านอ๋องยิ่งนัก”
ลั่วไห่ผิงรู้สึกผิดที่บุตรสาวของเขาทำสิ่งที่ไร้ยางอายเช่นการแต่งงานแทน จึงได้ลดท่าทีลง
ใบหน้าของฟู่เฉินหวนนั้นยังคงเย็นชา เขาเหลือบมองลั่วชิงยวนที่อยู่บนพื้น "ครั้งนี้นางกระทำอันใดผิดกัน เหตุใดท่านถึงได้ใช้กฎครอบครัวเฆี่ยนตีนางเช่นนี้"
ลั่วไห่ผิงหน้าเสียเล็กน้อย และพูดขึ้นอย่างกระอักกระอ่วน "กระหม่อมได้ยินมาว่า นางสร้างปัญหามากมายให้กับท่านอ๋องในตำหนัก ทั้งหมดเป็นความผิดของกระหม่อมที่เลี้ยงบุตรสาวมิดีเองพ่ะย่ะค่ะ แต่ท่านอ๋องก็ยังไม่ทรงเอาเรื่องนาง ดังนั้นกระหม่อมจำเป็นต้องสั่งสอนนางเสียหน่อย นางจะได้มิสร้างปัญหาให้แก่ท่านอีกพ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อเห็นใบหน้าเย็นชาของฟู่เฉินหวน ลั่วเยวี่ยอิงก็รู้สึกเหงื่อออก ท่านอ๋องคงมิได้เสด็จมาที่นี่เพื่อช่วยลั่วชิงยวนใช่หรือไม่?
อย่างไรก็ตาม คำพูดต่อมาของฟู่เฉินหวนทำให้นางรู้สึกโล่งใจ
"ที่แท้ก็เป็นเรื่องภายในจวน เช่นนั้นก็ควรสอนบทเรียนแก่นางเสีย ข้าเพียงแต่คิดว่า ท่านอัครเสนาบดียังมิโหดร้ายพอ" สีหน้าของฟู่เฉินหวนเรียบนิ่ง น้ำเสียงเย็นชาของเขานั้นคมเหมือนใบมีด
ลั่วชิงยวนที่เพิ่งถูกจือเฉาพยุงให้ลุกขึ้นนั่งด้วยความยากลำบาก เมื่อได้ยินคำพูดของฟู่เฉินหวน และเมื่อนางเงยหน้าขึ้น นางก็เห็นดวงตาที่เย็นชาและเต็มไปด้วยความขยะแขยงของเขา นางรู้สึกราวกับมีมีดแทงซ้ำเข้าที่หัวใจ และรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง
นางคิดว่า เขาจะมาช่วยนางเสียอีก คิดไม่ถึงว่าเขามาที่นี่เพื่อทำให้เรื่องเลวร้ายลงกว่าเดิม!
นางหัวเราะเยาะตัวเอง หัวของนางยังคงวิงเวียนก่อนที่จะสลบไป
“พระชายา! พระชายาเจ้าคะ!” จือเฉาตื่นตระหนก
พูดจบ นางก็มองไปที่ลั่วชิงยวนที่หมดสติอยู่ และขอร้องด้วยสีหน้าเป็นกังวล "ท่านพ่อ ท่านพี่เองก็ได้รับโทษแล้ว ได้โปรดไว้ชีวิตนางเถิดเจ้าค่ะ"
ลั่วไห่ผิงพยักหน้า "กระหม่อมรีบร้อนเกินไป ขอท่านอ๋องโปรดทรงประทานอภัย"
ฟู่เฉินหวนก็สุภาพขึ้นเล็กน้อย "ในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้แล้ว หากมีคนตายมันจะดูไม่ดีสำหรับทั้งสองตระกูล สำหรับลั่วชิงยวน ข้าจะจัดการนางเอง ไม่ต้องลำบากให้ท่านอัครเสนาบดีต้องมาลงมือด้วยตนเองเช่นนี้"
“ท่านอ๋องตรัสถูกแล้ว พาลั่วชิงยวนไปส่งที่เรือน” ลั่วไห่ผิงหันไปสั่งคนรับใช้ในทันที
อารักขาสามคนเข้ามา และยกลั่วชิงเหยวียนขึ้น
ลั่วชิงยวนตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง จิตใต้สำนึกสั่งให้นางคว้าเสื้อผ้าของคนข้าง ๆ และพยายามดิ้นรนที่จะลุกขึ้น "เอาสมบัติของแม่ข้าคืนมา... แล้วข้าจะไปจากที่นี่ และตัดความสัมพันธ์กับตระกูลลั่ว..."
จู่ ๆ ถูกลั่วชิงยวนจับเข้าที่เสื้อผ้า ฟู่เฉินหวนก็ผงะเล็กน้อย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...