ไทเฮากล่าวต่อไปอีกว่า "เจ้าอยากจะตบหน้าตัวเองห้าสิบครั้งต่อหน้านางหรือไม่?"
แต่ผู้ที่จิ่นชูพาเข้ามากลับไม่ใช่ลั่วเยวี่ยอิง แต่เป็น...
หลิวฮุ่ยเซียง!
หลิวฮุ่ยเซียงสวมอาภรณ์บางเบาพลางเดินกะโผลกกะเผลก เส้นผมของนางค่อนข้างเปียกชื้นราวกับว่าคุกเข่าอยู่ข้างนอกมาได้สักพักหนึ่งแล้ว เสื้อผ้าอาภรณ์และเส้นผมชุ่มไปด้วยน้ำค้างจนทำให้นางตัวสั่นสะท้านเพราะความหนาวเหน็บ
หลิวฮุ่ยเซียงสืบเท้ามาข้างหน้าพลางคุกเข่าลงดังตุ้บ "ตัวหม่อมฉันผู้ต่ำต้อย หลิวฮุ่ยเซียง ถวายบังคมไทเฮาเพคะ"
สายตาของไทเฮาพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาพลางค่อย ๆ เอ่ยขึ้นมาว่า "เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใดตัวข้าถึงให้เจ้าคุกเข่าถึงหนึ่งชั่วยาม?"
"ตัว... ตัวหม่อมฉันผู้ต่ำต้อยหาทราบไม่เพคะ!" หลิวฮุ่ยเซียงน้ำเสียงสั่นเครือ ทั้งยังขาดความมั่นใจอีกด้วย
ก่อนที่ลั่วชิงยวนจะมาถึง นางไม่รู้จริง ๆ ว่าเหตุใดตนจึงถูกลงโทษ แต่ยามนี้ลั่วชิงยวนถูกเชิญมาที่นี่แล้วนางจะไม่รู้ได้อย่างไรกัน?
ทว่านี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย นางไม่กล้ายอมรับผิดไปส่ง ๆ แน่
ทันใดนั้นเสียงของไทเฮาก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเยียบเย็น "เจ้ามิรู้เช่นนั้นรึ? เจ้ารู้จักหอชิงเฟิงหรือไม่? เจ้ารู้หรือไม่ว่าพระชายาอ๋องถูกจับโยนลงแม่น้ำกลางวันแสก ๆ?!"
เสียงเฉียบขาดที่มาพร้อมกับอำนาจราชศักดิ์ ทำให้หลิวฮุ่ยเซียงรู้สึกหวาดกลัวมากเสียจนต้องคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว
"ไทเฮาเพคะ ตัว... ตัวหม่อมฉัน..."
ไทเฮาเอ่ยขัดวาจาตะกุกตะกักของหลิวฮุ่ยเซียงด้วยเสียงเย็นชา "ตัวข้าล่วงรู้ทุกอย่างที่เจ้าทำลงไปหมดแล้ว ข้าต้องแสดงหลักฐานต่อหน้าเจ้าทีละชิ้น ๆ อีกหรือไม่?"
เมื่อหลิวฮุ่ยเซียงได้ยินเช่นนี้ นางก็หวาดกลัวเสียจนตัวเกร็ง
เมื่อเหลือบไปเห็นลั่วชิงยวน นางก็ตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงดูสักครั้ง
นางร้องไห้ด้วยความขมขื่น "ไทเฮาเพคะ! ตัวหม่อมฉันโมโหจนเลอะเลือนไปชั่วขณะถึงได้กล้าทำเรื่องเช่นนั้นลงไป!"
"ตัวหม่อมฉันเห็นพระชายาอ๋องยั่วยวนสามีของหม่อมฉันแล้วถอดอาภรณ์ของสามีหม่อมฉันออก! มิหนำซ้ำยังอยู่กันตามลำพังในห้องเดียวกันอีกต่างหากเพคะ!"
"นี่มิใช่ครั้งแรกที่พระชายาอ๋องยั่วยวนบุรุษ สาเหตุที่นางกลายเป็นพระชายาก็เพราะนางวางยาอ๋องผู้สำเร็จราชการแล้วแต่งเข้ามาในตระกูลไม่ใช่หรือเพคะ?"
เมื่อหลิวฮุ่ยเซียงกล่าวจบ นางก็โขกหัวคำนับด้วยท่าทีวิงวอนร้องขอความเมตตา "ไทเฮาเพคะ ตัวหม่อมฉันรู้ผิดแล้ว! ตัวหม่อมฉันมิกล้าอีกแล้ว! ได้โปรดประทานอภัยให้ตัวหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ!"
ลั่วชิงยวนเองก็สงสัยว่าฉินไป๋หลี่พูดอะไรกันแน่
ไทเฮาจึงตอบด้วยพระสุรเสียงเย็นชาว่า "หลิวฮุ่ยเซียง เจ้ามันเป็นสตรีใจอสรพิษ นับตั้งแต่วันที่เจ้าพบพระชายาอ๋องก็เอาแต่อิจฉาริษยา"
"ฉินไป๋หลี่ป่วยเป็นโรคตาจึงเชิญพระชายาอ๋องผู้สำเร็จราชการให้มาฝังเข็มรักษาที่บ้านเป็นพิเศษ แต่เจ้ากลับบอกว่าพระชายาอ๋องยั่วยวนฉินไป๋หลี่"
"วันนั้นฉินไป๋หลี่ไล่เจ้าออกจากจวนแม่ทัพ แต่เจ้ากลับคุมแค้นแล้วรอคอยโอกาสที่จะได้แก้แค้นด้วยการโยนพระชายาอ๋องลงแม่น้ำ!"
เมื่อหลิวฮุ่ยเซียงได้ยินเช่นนี้ นางก็ทรุดตัวลงแล้วร่ำไห้ออกมา
"เพราะเหตุใดกัน? หม่อมฉันเป็นภรรยาของเขาแท้ ๆ เหตุใดเขาถึงได้ไร้หัวจิตหัวใจถึงเพียงนั้น!"
ลั่วชิงยวนมองนางด้วยสายตาเย็นชาโดยไร้ซึ่งความเห็นใจสักนิด นางสมควรได้รับมันแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะหลิวฮุ่ยเซียง ฉินไป๋หลี่ เวินซีหลานและฉินเยี่ยนเอ๋อร์สามคนพ่อแม่ลูกคงจะใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข ไม่ต้องตกอยู่ในสภาพอย่างตอนนี้หรอก
ขณะที่ลั่วชิงยวนครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่ จู่ ๆ ไทเฮาก็พลันเบนสายตามาที่นางแล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนาขึ้นมาทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...