ลมหนาวเสียดกระดูก
กลุ่มคนชุดดำกำลังหลบหนีอยู่ในท้องถนนอันเงียบสงัด
บุรุษผู้มีแผลเป็นกำลังวิ่งไปทั่ว เมื่อเห็นว่าตนถูกล้อมกระหนาบไว้จากทั้งสองด้าน เขาก็กระโดดขึ้นรถม้าแล้วพยายามที่จะปีนขึ้นหลังคาเพื่อหนีไป
แต่ทันทีที่เขากระโดดขึ้นมาบนหลังคาเพื่อจะหนีไป จู่ ๆ ก็มีคนชุดดำปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขา
ก่อนที่บุรุษผู้มีแผลเป็นจะทันได้มองให้ชัด ๆ เขาก็โดนถีบเข้าที่หน้าอก
เขาโดนถีบจนร่วงตกลงมาจากหลังคาทันที
เขาหล่นลงมาที่พื้นอย่างแรงแล้วคนชุดดำก็เข้ามารุมเล่นงานเขา กระบี่เยียบเย็นกลับยิ่งเฉียบคมในสายลมหนาวแล้วกดลงมาที่ลำคอของเขา
“กราบทูลท่านอ๋อง! จับตัวได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์ชุดดำรายงานด้วยความเคารพนบนอบ
ฟู่เฉินหวนยืนเอามือไพล่หลังอยู่บนหลังคาด้วยสายตาเฉียบขาดและเย็นชา "รีบเอาตัวมันไปไต่สวน"
หลังจากไล่ตามไม่หยุดหย่อนมาหลายวัน ในที่สุดจับปลาไม่กี่ตัวที่หลุดลอดแหไปได้สักที
คนพวกนี้คือไม่กี่คนที่สืบหาได้จากเงื่อนงำที่คนในหอชิงเฟิงเคยให้ไว้ คราวนี้พวกเขาจะต้องไต่สวนหาผู้บงการอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ได้แน่!
……
เมื่อรถม้าในวังหลวงหยุดลงตรงหน้าตำหนักอ๋อง จิ่นชูก็ส่งนางแล้วกลับไป
ลั่วชิงยวนเดินเข้าไปในตำหนักและบังเอิญพบเข้ากับลั่วเยวี่ยอิงที่กำลังเดินเข้ามาในเรือน
ลั่วเยวี่ยอิงยกยิ้ม ทว่ากลับมีสายตาชิงชังซึ่งทำให้นางรู้สึกเข็ดฟัน "่ท่านพี่ พี่พี่ช่างโชคดีเสียจริง ๆ นะเจ้าคะ"
ลั่วชิงยวนส่งยิ้มเย็นชาให้ "ใช่ ข้าโชคดีมากเชียวล่ะ แต่คนน่ารังเกียจบางคนกลับไม่โชคดีเช่นนั้นน่ะสิ น้องสาวเอ๋ย โปรดระวังตัวด้วย"
ลั่วเยวี่ยอิงกำหมัดแน่นพลางสะกดกลั้นโทสะของตนเองเอาไว้ "่ท่านพี่ ท่านพี่หมายถึงอันใดกัน!"
"ขู่ข้าเช่นนั้นรึ?"
ลั่วชิงยวนแค่นเสียงเย็นชา "หลิวฮุ่ยเซียงตายแล้ว เจ้าก็น่าจะเป็นรายต่อไปนะ ขอน้องสาวได้โปรดระวังตัวด้วยล่ะ"
ทันใดนั้นลั่วเยวี่ยอิงก็พลันสีหน้าซีดเผือดขึ้นมาทันที
อะไรนะ? หลิวฮุ่ยเซียงตายแล้วหรือ?
ฟู่เฉินหวนที่จับตัวคนพวกนั้นกลับมา บังเอิญเดินมาที่ประตูและได้ยินคำพูดของลั่วชิงยวนเข้าพอดี
คนไม่กี่คนที่ถูกจับตัวมาต่างก้มหน้าลงแล้วส่งสายตากันอยู่เงียบ ๆ ทันใดนั้นก็ร้องตะโกนขึ้นมาว่าพวกเขาถูกปรักปรำ "ท่านอ๋อง พวกเราล้วนเป็นคนธรรมดาสามัญ ได้โปรดอย่าใส่ความคนดี!"
ฟู่เฉินหวนโมโหเสียจนหน้าตาซีดขาว ทันใดนั้นก็ผลักลั่วเยวี่ยอิงออกไปพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "หลิวฮุ่ยเซียงสมควรตายแล้ว เจ้าไม่ต้องโศกเศร้าไปหรอก ข้ายังมีเรื่องต้องไปทำอีก"
หลังจากฟู่เฉินหวนพูดจบก็รีบเดินจากไป
"ท่านอ๋องเพคะ!" ลั่วเยวี่ยอิงร้องตะโกนขึ้นมาทันที แต่ไม่ทำให้ฟู่เฉินหวนหยุดฝีเท้าลงสักนิด
ลั่วเยวี่ยอิงขมวดคิ้วพร้อมหน้าตาเหยเก
ทำเช่นไรดี? ท่าทีที่ท่านอ๋องมีต่อนางกลับไม่แยแสมากขึ้นเรื่อย ๆ
คราวนี้ลั่วชิงยวนยังดวงไม่ถึงฆาต แต่หลิวฮุ่ยเซียงกลับตายไปเสียได้ เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่าไรกัน?
เหตุใดลั่วชิงยวนถึงได้ตายยากตายเย็นนัก!
ลั่วเยวี่ยอิงร้อนใจมากเสียจนต้องกระทืบเท้าและสำนึกเสียใจมากเหลือเกิน นางไม่ควรสนับสนุนให้นังโง่นั่นแต่งงานแทนตัวนางตั้งแต่ทีแรกเลย! เกรงว่านังแพศยานั่นจะแกล้งโง่มาโดยตลอด!
จงใจทำให้นางคลายการระวังป้องกันเพื่อจะได้แต่งงานกับฟู่เฉินหวนแทนนาง หลังจากบรรลุเป้าหมายแล้วถึงค่อยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา!
นังแพศยาผู้นี้!
ลั่วเยวี่ยอิงยิ่งคิด ก็ยิ่งแค้นใจนัก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...