วันที่นางออกจากตำหนักอ๋อง สายลมกระโชกแรงยิ่งนัก ลั่วชิงยวนยืนอยู่นอกประตูจวนสักพักหนึ่งจนผมเผ้ายุ่งเป็นกระเซิง
มีนางรับใช้ท่าทางน่าสงสารเพียงคนเดียวคอยอยู่เคียงข้าง
ทว่ายามนี้กลับมีเงาร่างสายหนึ่งกำลังวิ่งออกมาจากเรือนด้วยท่าทีร้อนใจ "ชิงยวน!"
ฟู่อวิ๋นโจวที่มีสีหน้าซีดขาววิ่งออกมาด้วยความเป็นห่วงกังวล ร่างแบบบางของเขาราวกับจะปลิวหายไปกับสายลมได้อยู่แล้ว
แต่เมื่อฟู่อวิ๋นโจววิ่งมาที่ประตู กลับถูกคนรับใช้ของตนขวางเอาไว้
"องค์ชายห้า ข้างนอกลมแรง อย่าออกไปจะดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ"
"ปล่อยข้า!" ฟู่อวิ๋นโจวดิ้นรนอยู่สักพัก แต่ก็สลัดไม่หลุดสักที
คนรับใช้จับแขนของเขาไว้เพื่อกันมิให้เข้าก้าวไปข้างหน้า
"ชิงยวน… แค่ก แค่ก แค่ก แค่ก..."
เมื่อเห็นสีหน้าเป็นกังวลของฟู่อวิ๋นโจวแดงก่ำจนกระอักกระไอ ลั่วชิงยวนก็อดมิได้ที่จะขมวดคิ้วหมายจะพูดอะไรสักอย่าง
แต่ประตูก็ค่อย ๆ ปิดลง
เหตุการณ์ฉากนี้ดูราวกับละครฉากที่กำลังพรากจากกันเสียจริง ๆ
เมื่อเห็นฟู่อวิ๋นโจวถูกสกัดเอาไว้ในตำหนักลั่วชิงยวนก็รู้สึกจนใจที่ไม่อาจเอ่ยสิ่งที่นางอยากพูดออกมาได้
ยามที่ประตูปิดสนิท ก็ได้ยินแค่น้ำเสียงเป็นกังวลของฟู่อวิ๋นโจวเท่านั้น
"ไปกันเถอะ จือเฉา" ลั่วชิงยวนไม่มีทางเลือกนอกเสียจากเดินจากไป
นางแค่อยากจะบอกฟู่อวิ๋นโจวว่าตนมิได้ถูกประหาร ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ก็ได้
ภายในตำหนัก
ลั่วเยวี่ยอิงเองก็กำลังเฝ้ามองดูความมืด พลางจับจ้องเงาร่างโดดเดี่ยวของลั่วชิงยวนที่เดินออกไปนอกประตูราวกับสุนัขหลงทางที่ถูกขับไล่
นางรู้สึกภาคภูมิใจในตนยิ่งนัก
นางเดินวางท่ากลับมาที่เรือนแล้วหยิบถุงหอมขึ้นมาแขวนตรงเอวของตนพลางผุดรอยยิ้มขึ้นมา จุดประสงค์ของการเจรจาต่อรองกับลั่วชิงยวนในวันนี้ก็เพื่อให้ลั่วชิงยวนออกไปจากตำหนักอ๋อง
นางไม่คาดคิดเลยว่ามันจะได้ผลขึ้นมาจริง ๆ
เมื่อนึกถึงงานฉลองไหว้พระจันทร์ในวังหลวงเมื่อครั้งก่อน ท่านอ๋องถึงกับลงไม้ลงมือกับลั่วชิงยวนอย่างรุนแรงก็เพราะถุงหอมใบนี้
วันนี้เพื่อปกป้องนาง ท่านอ๋องถึงขนาดขับไล่ลั่วชิงยวนออกจากตำหนักไป
ถึงแม้ว่าจะห่างไกล ทว่าตำแหน่งที่ตั้งก็ยอดเยี่ยมจริง ๆ เพราะแวดล้อมไปด้วยขุนเขาสายน้ำที่มีทัศนียภาพงดงาม
บนหุบเขาแทบจะไม่มีต้นไม้เหลืออยู่เลย แต่ก็ดูไม่น่าหดหู่สักเท่าไหร่นัก เมื่อซุกซ่อนตัวอยู่ในหมอกสลัวรางเลือนกลับแสดงให้เห็นถึงทัศนศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์
หลังจากสารถีส่งพวกนางแล้ว เขาก็บังคับรถม้ากลับไป
ข้าวของทุกอย่างถูกวางเอาไว้กับพื้นแล้ว
จือเฉารู้สึกตื่นตกใจ "ทิ้งรถม้าไว้ให้ด้วยสิ!"
"เรือนแห่งนี้อยู่ไกลเสียขนาดนั้น หากไม่มีรถม้า พวกเราจะออกไปซื้อของกันอย่างไรเล่า?"
ลั่วชิงยวนปลอบโยนเขาว่า "อย่าได้ตื่นตระหนกไปเลย ตอนที่เข้ามามีหมู่บ้านอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เจ้าสามารถไปที่หมู่บ้านนั้นเพื่อซื้อหาสิ่งของที่เจ้าต้องการได้"
จากนั้นลั่วชิงยวนก็ผลักประตูของตำหนักนอกเมืองให้เปิดออกแล้วถือล่วมยาเข้าไปฝนตำหนัก
ในตอนนั้นเอง กลับมีกลิ่นประหลาดที่ลอยขึ้นกลางอากาศเข้าโอบล้อมพวกนางเอาไว้
ลั่วชิงยวนหรี่ตาเล็กน้อย จากนั้นประกายแสงอันเยียบเย็นก็ผุดขึ้นในดวงตาของนาง
คาดไม่ถึงเลยว่าทันทีที่นางมาถึงตำหนักนอกเมือง ก็จะได้เปิดกิจการแรกเสียแล้ว!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...