ลั่วชิงยวนพลันนึกขึ้นได้ว่าอาหารของพวกนางหมดแล้ว
ซ่งเชียนฉู่จึงเอ่ยขึ้นมาว่า "เข้าเมืองไปขายเครื่องยาสมุนไพรกันเถอะ พวกเราน่าจะหาเงินได้บ้างแล"
ลั่วชิงยวนรีบโบกมือ "มิได้นะ! เครื่องยาสมุนไพรพวกนั้นล้ำค่าเกินไป แม้แต่ในเมืองหลวงก็ยากจักพบได้ หากขายไปเช่นนี้คงได้ขาดทุนกันพอดี!"
"ข้ามีลู่ทางหาเงินแล้ว! ไปที่เมืองข้าง ๆ กันเถอะ"
จือเฉาถามว่า "เช่นนั้นพวกเราควรจะนำสิ่งใดไปดีเจ้าคะ?"
"แค่เปลี่ยนชุดก็พอ"
ลั่วชิงยวนกับจือเฉาสวมอาภรณ์ของบุรุษ ในเรือนมีเสื้อผ้าคนรับใช้อยู่มากมาย การที่พวกนางแต่งกายเช่นนั้นจึงไม่สะดุดตามากนัก
……
ณ เมืองเปี้ยนเหอ
เมืองไม่ใหญ่โตอะไรนัก แต่เนื่องจากอยู่ติดกับเมืองหลวงและเป็นเส้นทางเพียงสายเดียวที่จะไปสู่เมืองหลวงได้ ทำให้ค่อนข้างรุ่งเรืองเฟื่องฟู และมีตระกูลอันมั่งคั่งสัญจรไปมา
ลั่วชิงยวนมาถึงโรงน้ำชาที่ค่อนข้างเงียบสงบแห่งหนึ่งแล้วจองโต๊ะบริเวณหัวมุมประตูจากเถ้าแก่ทันที เมื่อนางจ่ายเงินไปสามตำลึงเงิน เถ้าแก่จึงยกน้ำชากาหนึ่งมาให้พวกนางโดยไม่คิดเงิน
หน้าโรงน้ำชามีแผงทำนายดวงชะตาที่แสนจะธรรมดาสามัญตั้งอยู่ ทั้งยังร้างไร้ผู้คนและมีผู้มาอุดหนุนไม่มากนัก
บนถนนมีผู้สัญจรผ่านไปผ่านมาเพียงไม่กี่คน แต่กลับไม่มีผู้ใดเหลือบแลมองเสียด้วยซ้ำไป
จือเฉาจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลขึ้นมาว่า "พระชายา พวกเราจะทำเช่นนี้จริง ๆ หรือเจ้าคะ?"
"อย่าห่วงไปเลย!" ลั่วชิงยวนนั่งไขว้ขาพลางเอ่ยด้วยท่าทีไม่รีบร้อน
ในตอนนี้เอง ซ่งเชียนฉู่ที่มาถึงโรงน้ำชาก็นั่งลงตรงโต๊ะติดกับนางแล้วสั่งน้ำชากาหนึ่ง
ลั่วชิงยวนจึงเอ่ยขึ้นมาว่า "แม่นาง ข้าเห็นเจ้ามีปราณขุ่นวนเวียนอยู่รอบตัว เร็ว ๆ นี้เจ้าอาจจะประสบเคราะห์หนักและโชคร้ายเอาได้หนา เจ้าต้องระวังเอาไว้ให้ดี"
เมื่อซ่งเชียนฉู่ได้ยินเช่นนี้เข้า นางก็โมโหจัด "เจ้าพูดเหลวไหลอันใดกัน! เจ้าต่างหากล่ะที่โชคร้าย! ข้าผู้นี้โชคดีมากต่างหากเล่า!"
หลังจากซ่งเชียนฉู่พูดจบ นางก็ยกชาขึ้นมาจิบ แต่ทันใดนั้นนางก็สำลักและกระอักกระไออย่างรุนแรง "แค่ก แค่ก แค่ก แค่ก..."
"ท่านปรมาจารย์ ท่านช่วยข้าได้หรือไม่เจ้าคะ? เมื่อเร็ว ๆ นี้ข้าโชคร้ายจริง ๆ..."
จือเฉาจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาขึ้นมาว่า "เจ้าเพิ่งจะบอกว่าอาจารย์ของข้าสาปแช่งเจ้ามิใช่รึ?"
ซ่งเชียนฉู่ก้มหน้าลงพลางกล่าวว่า "ข้าต้องขออภัยกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ด้วย หากท่านอาจารย์ช่วยข้าได้ ต้องเสียเงินมากเท่าใดข้าก็ยอม!"
ซ่งเชียนฉู่กล่าวพลางหยิบถุงเงินหนักอึ้งออกมาจากแขนแล้ววางลงบนโต๊ะ
ถุงเงินใบนั้นอย่างน้อย ๆ ก็น่าจะมีอยู่หลายสิบตำลึงเงิน
แม้แต่เถ้าแก่โรงน้ำชาก็ยังดวงตาเป็นประกาย
แต่อันที่จริงแล้ว ถุงเงินใบนั้นกลับเต็มไปด้วยก้อนหิน
ลั่วชิงยวนจึงผายมือเชื้อเชิญให้ซ่งเชียนฉู่นั่งลงกับโต๊ะ
"เมื่อไม่นานมานี้ ที่บ้านของแม่นางมีงานศพหรือไม่?" ลั่วชิงยวนถาม

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...