นอกโรงน้ำชามีคนกลุ่มใหญ่เพื่อเอาเงินมามอบให้
ทันทีที่ลั่วชิงยวนปรากฏตัว เถ้าแก่ก็รีบเข้ามาทักทายพลางกล่าวว่า "บรรดาเพื่อนบ้านมาจ่ายเงินกันแล้วหนา ไฉนท่านจึงมาช้านักเล่า?"
จือเฉารู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก ได้ผลเร็วขนาดนั้นเลยหรือ?
เมื่อเห็นสีหน้าเปี่ยมสุขของทุกคน มิได้ดูเหมือนเสแสร้งแกล้งทำแต่อย่างใด
ลั่วชิงยวนก็เดินเข้ามาแล้วนั่งลง ป้าหลี่ก็ยื่นเงินห้าสิบตำลึงเงินให้นางพลางกล่าวว่า "ท่านอาจารย์ แม่นจริง ๆ เจ้าค่ะ เมื่อวานนี้ข้าเจอสร้อยข้อมือที่เป็นมรดกประจำตระกูลที่หายไปอยู่ใต้เตาจริง ๆ"
ลั่วชิงยวนรับเงินแล้วพยักหน้า
จากนั้นคนอื่น ๆ เองก็เข้ามามอบเงินให้ลั่วชิงยวน นางมิได้ตั้งราคาค่างวดอันใด ทุกคนอยากจะให้เท่าไหร่ก็เชิญ
แต่วันนี้เงินส่วนใหญ่ได้มาจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้ผลอย่างรวดเร็ว
เรื่องอื่นมิได้ผลรวดเร็วขนาดนั้นหรอก
เพราะฉะนั้นเงินทั้งหมดที่ได้ในวันนี้จึงมีแค่ไม่กี่ตำลึงเงิน
เดิมทีซ่งเชียนฉู่คิดจจะจ่ายเงินก่อน แต่นางไม่คาดคิดว่าจะมีผู้คนมากมายขนาดนั้นชิงตัดหน้าตนไปก่อนแล้ว
ทว่าก็ต้องจ่ายเงินอยู่ดี
ซ่งเชียนฉู่เข้ามาแสดงละครอีกฉาก จากนั้นนางก็มอบเงินถุงหนึ่งให้ด้วยความซาบซึ้งใจพลางกล่าวว่า "ท่านอาจารย์ ท่านช่างน่าทึ่งจริง ๆ วันหน้าข้าขอเรียนรู้บางอย่างจากท่านได้หรือไม่เจ้าคะ?"
"ข้าช่วยท่านทำงานได้เจ้าค่ะ"
ลั่วชิงยวนตอบตกลง ดังนั้นในกลุ่มจึงมีคนเพิ่มเข้ามาอีกคน
ซ่งเชียนฉู่ร่วมมือกับพวกนางตั้งแผงขึ้นมา
เมื่อไม่มีอะไรจะทำ นางก็ช่วยเถ้าแก่โรงน้ำชาทำงาน ฉะนั้นนอกจากได้รับค่าทำนายดวงชะตาทุกวันแล้ว เถ้าแก่โรงน้ำชาเองก็เลี้ยงอาหารด้วย
โรงน้ำชาเองก็ถูกปรับเปลี่ยนตามคำแนะนำของลั่วชิงยวนซึ่งเดิมทีได้ปรับฮวงจุ้ยให้ดีขึ้น กิจการโรงน้ำชาก็ค่อย ๆ ดีขึ้นไปด้วย
และเป็นเช่นนั้นจนผ่านไปเดือนหนึ่ง
ชื่อเสียงของลั่วชิงยวนในฐานที่เป็นซินแสก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมือง และมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาให้นางทำนายดวงชะตาทุกวันอย่างไร้ที่สิ้นสุด
แต่ลั่วชิงยวนมิได้บอกชื่อจริงกับผู้ใด แต่ใช้นามแฝงว่าฉู่ลั่วและผู้คนในเมืองต่างเรียกขานนางว่าท่านเซียนฉู่
เถ้าแก่หลี่จึงหัวเราะขึ้นมา "ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ตอนนี้กิจการดีแล้ว ทั้งหมดต้องขอบคุณคุณชายฉู่ขอรับ!"
โรงน้ำชามิได้ใหญ่โตนัก แต่ทั้งสี่คนกลับนั่งล้อมรอบโต๊ะ ข้างนอกอากาศหนาวเย็นและมีลมพัดแรง ทว่าข้างในกลับอบอุ่นยิ่งนัก
เดิมทีลั่วชิงยวนคิดจะฉลองปีใหม่ที่นี่ จากนั้นเมื่ออากาศเริ่มดีขึ้นยามวสันตฤดูก็ค่อยไปที่เมืองหลวง
แต่สวรรค์ไม่ให้โอกาสเช่นนี้แก่นาง
คืนนั้นหิมะตกหนัก พวกนางสามคนจึงติดแหง็กอยู่ในโรงน้ำชาจนกลับไปไม่ได้ พวกนางได้แต่นั่งอยู่หน้าเตาผิงเพื่ออบอุ่นร่างกายและเฝ้ามองดูหิมะตกภายใต้แสงตะเกียง
บนถนนอันเงียบสงัด รถม้าคันหรูค่อย ๆ จอดลงนอกโรงน้ำชา
แม่นมที่แต่งกายเต็มยศลงมาจากรถม้า จากนั้นก็มองพวกนางทั้งสามคนแล้วถามว่า "ผู้ใดคือนักทำนายฉู่?"
ลั่วชิงยวนลุกขึ้น "ข้าเอง"
แม่นมกวาดสายตามองนางแล้วรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง "อายุน้อยถึงเพียงนั้นเชียวหรือ? เจ้าคงมิได้หลอกข้าใช่หรือไม่? พวกเรามาถึงที่นี่เพื่อเชิญนักทำนายฉู่เข้าเมืองหลวง หากจ้าบังอาจหลอกพวกข้า พวกข้าย่อมไม่ปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ แน่!"
เมื่อเห็นรถม้ามาจากเมืองหลวง ลั่วชิงยวนก็รู้ว่าโอกาสทำการค้าครั้งใหญ่กำลังมาถึงแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...