หลังจากลั่วชิงยวนพูดจบ นางก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในร้านแล้วปิดประตูลงกลอน
ฟู่เฉินหวนตะลึงงันอยู่ท่ามกลางสายลมหนาว
ฉู่ลั่วผู้นี้รนหาที่ตายใช่หรือไม่? กล้าดีอย่างไรถึงทำเช่นนี้กับตน? !
ฟู่เฉินหวนก้มหน้ามองเสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อน แววตาก็ยิ่งอึมครึมมากขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นเขาก็เหลือบมองมาที่ร้านด้วยสายตาเย็นชาแล้วข่มกลั้นโทสะพร้อมเดินจากไป
ไร้เหตุผล!
ไม่เข้าใจเลย!
ฟู่เฉินหวนกลับตำหนักไปด้วยท่าทีฉุนขาด
ครั้นซูโหยวเดินมาที่เรือนหน้าก็เห็นท่านอ๋องมีสีหน้าหม่นคล้ำ เขาจึงรีบเดินเข้าไปหาพลางกล่าวว่า "ท่านอ๋อง เกิดอะไรขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ? ไฉนเสื้อผ้าของท่านถึงเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเช่นนั้นได้?"
ฟู่เฉินหวนไม่ตอบ
ในยามนี้เอง ลั่วเยวี่ยอิงก็เดินยิ้มเข้ามาหา "ท่านอ๋อง พักนี้หม่อมฉันไม่เห็นท่านเลยคิดว่าท่านอ๋องมัวแต่ยุ่งกับงานราชการ ดังนั้นข้าจึงทำขนมมาให้ท่านอ๋อง ท่านอ๋องอยากจะมานั่งเล่นที่เรือนของข้าหรือไม่เพคะ?"
ฟู่เฉินหวนเพียงแค่เหลือบมองลั่วเยวี่ยอิง ก็เกือบอดใจที่จะตอบตกลงมิได้
แต่เขากลับหยิกฝ่ามืออย่างแรง จากนั้นก็เบือนหน้าหนีแล้วรีบเดินจากไป
ลั่วเยวี่ยอิงรู้สึกตื่นตกใจแล้วรีบก้าวเข้าไปหา "ท่านอ๋อง!"
ซูโหยวรีบเข้ามาขวางลั่วเยวี่ยอิงเอาไว้ "คุณหนูรอง วันนี้ท่านอ๋องอารมณ์ไม่ดี ประเดี๋ยวข้าจักส่งคนไปรับขนมมาให้ท่านอ๋องเอง! คุณหนูรองอย่าทำให้ท่านอ๋องมีโทสะจะดีกว่า"
ลั่วเยวี่ยอิงหันหลังกลับด้วยความผิดหวัง "ได้"
จากนั้นซูโหยวก็จากไป
ลั่วเยวี่ยอิงหยุดเดินพลางมองด้วยสายตาเปี่ยมความหมายแล้วสั่งเฉียงเวยขึ้นมาว่า "ช่วงนี้ท่านอ๋องออกไปข้างนอกแต่เช้าแล้วกลับมาดึก ๆ เจ้าจงไปสืบมาให้ข้าว่าท่านกำลังทำอันใดอยู่กันแน่?"
ลั่วเยวี่ยอิงกลับไปรอที่ห้อง สิบห้านาทีต่อมา เฉียงเวยก็กลับมารายงานว่า "บ่าวไปถามมาแล้วเจ้าค่ะ ดูเหมือนว่าพักนี้ท่านอ๋องจะเสด็จไปที่ตรอกฉางเล่ออยู่บ่อย ๆ วันนี้ท่านอ๋องก็กลับมาจากตรอกฉางเล่อเช่นกัน แต่บ่าวไม่รู้สาเหตุที่ท่านอ๋องกริ้วเจ้าค่ะ"
ลั่วเยวี่ยอิงรู้สึกตื่นตกใจ "กริ้วเช่นนั้นหรือ? ผู้ใดบังอาจทำให้ท่านอ๋องมีโทสะ?"
"มีผู้สูงศักดิ์คนใดอาศัยอยู่ในตรอกฉางเล่อเช่นนั้นหรือ? ท่านอ๋องไปพบผู้ใดกันแน่?"
ลั่วเยวี่ยอิงเริ่มครุ่นคิด
ลั่วชิงยวนพยักหน้า "คราวนี้มีเงื่อนไขเพิ่มเข้ามาอีกเป็นดีงู นางรู้ความจริงแล้ว"
ซ่งเชียนฉู่โมโหจนทุบโต๊ะ "ช่างน่ารังเกียจจนัก! เห็นอยู่ชัด ๆ ว่านางเป็นฝ่ายหาเรื่องผู้อื่นก่อน! จวนมหาราชครูเลี้ยงดูจนนางมีอุปนิสัยกำเริบเสิบสานเช่นนั้นได้อย่างไรกัน!"
ลั่วชิงยวนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในจวนมหาราชครู แต่หากท่านป้าลั่วหรงล่วงรู้ถึงสิ่งที่ลั่วอวิ๋นสี่กระทำ ท่านย่อมต้องลงโทษนางเป็นแน่ ทว่าตนยังไม่มีโอกาสที่จะได้พบท่านป้าลั่วหรงเลย
แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้เรื่องดำเนินเช่นนี้ต่อไปได้
"เชียนฉู่ พรุ่งนี้เจ้าไปขอพบฮูหยินลั่วที่จวนมหาราชครู จากนั้นก็บอกเล่าสิ่งที่ลั่วอวิ๋นสี่กระทำให้นางฟังเสีย"
ลั่วอวิ๋นสี่พาคนมาพังร้าน เช่นนั้นการที่พวกนางไปร้องเรียนต่อจวนมหาราชครูจึงนับว่ามีเหตุผลอันสมควรแล้ว
"ได้"
แต่วันรุ่งขึ้นก็มีเสียงดังโหวกเหวกขึ้นมาจากข้างนอกแต่เช้าตรู่
เมื่อเปิดประตูร้าน
ทิศทางของเมืองหลวงก็เปลี่ยนไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...