น้ำเสียงพลันอ่อนลงทันที "ท่านแม่..."
ลั่วอวิ๋นสี่คิดจะวิ่งหนี แต่นางเพิ่งจะเดินไปได้เพียงแค่สองก้าว ลั่วหรงก็คว้าคอเสื้อของนางเอาไว้ "ยังจะหนีอีกรึ? เจ้าจักหนีไปที่ใดกันเล่า?"
ในยามนี้เอง ลั่วหลางหลางก็ตามมาด้วยความร้อนใจแล้วรีบคว้าแขนของลั่วหรงเอาไว้ "ท่านแม่ ที่นี่มีคนมากเกินไป ได้โปรดไว้หน้าอวิ๋นสี่ด้วยเถิด"
"ได้สิ ข้าจักไว้หน้าเจ้าเอง!" ลั่วหรงบิดหูของลั่วอวิ๋นสี่แล้วลากอีกฝ่ายเข้ามาในร้าน
นางกล่าวกับลั่วชิงยวนว่า "คุณชายฉู่ ขออภัยที่รบกวน วันนี้ข้าคงต้องขอยืมร้านของท่านเพื่อลงโทษบุตรีแล้ว!"
เมื่อพูดจบ ลั่วอวิ๋นสี่ก็ถูกลากเข้ามาในลานเรือนแล้วออกคำสั่งเสียงขรึมว่า "คุกเข่าลง!"
ในร้านของฉู่ลั่วมีหลายคนกำลังเฝ้ามองดู ลั่วอวิ๋นสี่จึงไม่ยอมคุกเข่าลงพลางกล่าวด้วยท่าทีดื้อรั้นว่า "ข้าไม่ทำ!"
"เมื่อคราวที่แล้วข้าบอกเจ้าว่าอย่างไร? เจ้ามิได้เรียนรู้อันใดเลยใช่หรือไม่! สวีซงหย่วนเอายาอันใดให้เจ้ากิน ถึงทำให้เจ้ายอมขายตัวเองเพื่อมันเช่นนี้?"
"ไม่ช้าก็เร็วทั้งตระกูลคงต้องย่อยยับด้วยน้ำมือของเจ้าเป็นแน่!"
ลั่วหรงเองก็ล่วงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เช่นกัน
ลั่วอวิ๋นสี่เถียงกลับด้วยท่าทีดื้อดึงว่า "ถ้าหากท่านยอมให้เขาแต่งเข้ามา ยามนี้ก็คงไม่เกิดเรื่องมากมายถึงเพียงนั้นหรอกกระมัง? ท่านแม่ ท่านต่างหากเล่าที่คิดจักทำลายตระกูลนี้!"
"ท่านรู้ทั้งรู้ว่าท่านพี่ไม่อยากแต่งงานกับคุณชายฟ่านผู้นั้น แต่ท่านก็ยังบังคับให้นางแต่งงาน ท่านคิดจะทำอันใดกันแน่! ท่านกำลังบีบคั้นพวกเราสองพี่น้องจนตาย!"
เมื่อลั่วหรงได้ยินเช่นนี้เข้า นางก็พลันเอามือกุมหน้าอก ความเจ็บปวดทำให้เส้นโลหิตบนหน้าผากปูดโปน นางพิงกำแพงพลางกล่าวว่า "ลูกเนรคุณ!"
ลั่วหลางหลางประคองลั่วหรงด้วยความกังวลใจแล้วตำหนิลั่วอวิ๋นสี่ว่า "อวิ๋นสี่ หุบปาก!"
ลั่วอวิ๋นสี่โกรธจัดแล้วเอ่ยด้วยความฉุนเฉียวว่า "ข้าจักพูด!"
"เจ้าถูกควบคุมราวกับผีดิบตนหนึ่งมากว่าสิบปียังมิพออีกรึ? ยังคิดจักแต่งเข้าตระกูลฟ่านไปเป็นหุ่นเชิดต่อไปอีกหรืออย่างไรกัน?"
"ต่อให้เจ้ายอมแต่ง แต่ข้ามิยอม!"
"ท่านแม่ ถ้าหากท่านยืนกรานที่จะบังคับให้ท่านพี่แต่งเข้าตระกูลฟ่าน ข้าจักมิยอมหยุดแน่!"
ลั่วอวิ๋นสี่เอ่ยวาจาข่มขู่ด้วยความโกรธจัด
ลั่วหลางหลางเช็ดน้ำตาพลางกล่าวว่า "ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ คุณชายฉู่ ท่านช่วยให้ห้องหับข้าพักผ่อนได้หรือไม่เจ้าคะ?"
"ได้สิ เชิญทางนี้เลย"
เมื่อลั่วชิงยวนส่งลั่วหลางหลางเข้ามาในห้องก็คิดจะปลอบโยนนาง ทว่าเมื่อคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุรุษและสตรี ดังนั้นลั่วชิงยวนจึงต้องออกจากห้องไปก่อน
ลั่วอวิ๋นสี่กับลั่วหรงยังคงทุ่มเถียงกันอยู่ข้างนอก
การที่ลั่วหรงบังคับให้ลั่วอวิ๋นสี่คุกเข่าลงต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนั้น ทำลายความภาคภูมิใจในตัวเองของบุตรีอย่างแท้จริง
ดังนั้นลั่วชิงยวนจึงเรียกทุกคนเข้ามาตรงหน้าร้านก่อน
เพื่อมิให้ลั่วอวิ๋นสี่ต้องอับอายขายหน้า
ในห้องหนึ่ง ลั่วหลางหลางยืนอยู่บนเก้าอี้ด้วยความเศร้าโศกแล้วเหวี่ยงผ้าไหมสีขาวไปที่ขื่อคาน
หลังจากผูกปมแล้ว นางก็ยืนเขย่งปลายเท้าพร้อมน้ำตาไหลอาบหน้าแล้วยื่นลำคอเข้าไปในผ้าไหมสีขาว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...