นางหวังว่าการตายของตนจะทำให้เรื่องทั้งหมดนี้จบสิ้นลง
นางหลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง
……
ภายในร้าน
ฟู่เฉินหวนพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน พลางมองเฉินเซี่ยวหานที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามแล้วเอ่ยเสียงทุ้มว่า "รัฐทายาทเฉินล่วงเกินผู้ใดบางคนเข้าหรือไม่? ยามที่เห็นความอยุติธรรมเพียงแค่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ กลับตกเป็นเป้าหมายเช่นนี้จนเกือบต้องตายเสียแล้ว"
เฉินเซี่ยวหานขมวดคิ้วและมีท่าทางไม่พอใจอยู่บ้าง "ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการถามกระหม่อมแล้วกระหม่อมจักรู้ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? เรื่องนี้คงมิใช่เคราะห์ร้ายที่เกิดขึ้นปุบปับกระมัง?"
เฉินเซี่ยวหานจัดเสื้อผ้าอาภรณ์ให้เรียบร้อย ทว่าจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตรงเอวมีบางอย่างหายไป เขาจึงรีบลุกขึ้นแล้วไปค้นหาที่กลับลานเรือน
ในลานเรือน ลั่วหรงยังคงสั่งสอนลั่วอวิ๋นสี่ที่กำลังเช็ดน้ำตาขนาดเท่าเมล็ดถั่ว แต่นางก็ยังไม่ยอมแพ้
เฉินเซี่ยวหานมิได้สนใจนัก ตอนที่เขากำลังจะกลับมาเอาของที่ห้อง เขาก็เดินผ่านห้องที่ลั่วหลางหลางกำลังพักอยู่แล้วเห็นบางอย่างกำลังแกว่งไกวอยู่ข้างใน
เขาตะลึงงันไปชั่วขณะ เมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็รีบวิ่งเข้าไปในห้อง
สิ่งที่ดึงดูดสายตาก็คือ ลั่วหลางหลางที่แขวนคอกับขื่อคานแล้ว
เขาพลันอุ้มนางลงมาแล้วตบหน้าของลั่วหลางหลางแรง ๆ
เมื่อลั่วหลางหลางฟื้นขึ้นมาก็มองคนตรงหน้าทั้งน้ำตา "ขะ… ข้ายังไม่ตายหรือเจ้าคะ?"
เฉินเซี่ยวหานถอนหายใจ "ทุกคนในใต้หล้าล้วนมีเรื่องยากลำบากของตัวเองกันทั้งนั้น เมื่อถือกำเนิดขึ้นมาบนใต้หล้านี้แล้ว ผู้คนก็ต้องเผชิญกับความทุกข์อยู่ตลอดเวลาและไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหาได้"
ลั่วหลางหลางก้มหน้าพลางกำแขนเสื้อเอาไว้ด้วยความเป็นกังวล
เฉินเซี่ยวหานยิ้มขึ้นมาอีกครั้งแล้วปลอบโยนว่า "คุณหนูหลางหลางเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและมีน้ำใจ มารดากับน้องสาวของท่านเพียงแค่ปกป้องท่านในแบบของตนก็เท่านั้น"
"เรื่องนี้ควรเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับคุณหนูหลางหลางแล้ว หาใช่พันธนาการแต่อย่างใดไม่"
"มารดาของข้าจากไปเร็ว ส่วนบิดาของข้าอยู่ห่างออกไปทางมณฑลซินเจียงตอนเหนือ ข้าหามีญาติมิตรอยู่ข้างกายสักคน ข้าอิจฉาคุณหนูหลางหลางยิ่งนัก"
เมื่อลั่วหลางหลางได้ยินเช่นนี้เข้า นางก็รู้สึกตื่นตะลึง
เมื่อเห็นเขาเดินจากไปแล้ว ลั่วหลางหลางก็ผุดรอยยิ้มพิสุทธิ์กระจ่างตาขึ้นมา
……
หลังจากซ่งเชียนฉู่ซื้อผักกลับมาแล้ว นางก็ยุ่งง่วนอยู่ตามลำพังในห้องครัว จากนั้นเฉินเซี่ยวหานก็รีบเข้าไปช่วย
ลั่วชิงยวนคิดจะไปช่วยที่ห้องครัว แต่เมื่อนางเห็นภาพนี้เข้า นางก็ถอยกลับไปและเห็นฟู่เฉินหวนยังคงนั่งดื่มชาตามสบาย
"ท่านอ๋อง ท่านคิดจะนั่งอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหนพ่ะย่ะค่ะ? ท่านคงไม่คิดจะให้กระหม่อมเลี้ยงข้าวกระมัง?"
ฟู่เฉินหวนเลิกคิ้วนิด ๆ "ฉู่ลั่ว วันนี้เจ้าสามารถรอดพ้นไปได้ แต่พ้นคราวนี้ไป คราวหน้าเจ้าคิดเผชิญหน้ากับศัตรูที่มองไม่เห็นเพียงลำพังเช่นนั้นรึ?"
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้ก็หัวเราะ "ท่านอ๋องหมายความว่ากระไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
ฟู่เฉินหวนหรี่ตาเล็กน้อยแล้วมองนางด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความหมาย
น้ำเสียงทุ้มกลับมาพร้อมการตัดสินใจอันแน่วแน่…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...