"มาที่ตำหนักอ๋องสิ ข้าจักปกป้องเจ้าเอง!"
วาจาหนักแน่นเหล่านี้ทำเอาลั่วชิงยวนใจเต้นอยู่สองสามครั้ง
อารมณ์อันยากจะอธิบายพลันปะทุขึ้นมา ผสานเข้ากับความรู้สึกมากมายเหลือคณานับ
ครั้นนางอยู่ในตำหนักอ๋องในฐานะของลั่วชิงยวน นางกลับมิเคยได้ยินคำพูดเช่นนี้จากปากของเขามาก่อน
ต่อให้มีความสามารถเฉกเช่นเดียวกัน แต่นางได้เปลี่ยนตัวตนเป็นเทพพยากรณ์ไปแล้ว แต่เขากลับมาบอกว่าจะปกป้องนาง
นางควรจะยินดีเช่นนั้นหรือ?
ไม่ การไว้เนื้อเชื่อใจบุรุษเชื่อถือมิได้ และคำสัญญาของบุรุษยิ่งเชื่อถือมิได้เข้าไปกันใหญ่
"ท่านเอ่ยตรัสเช่นนี้กับผู้อื่นมามากมายเท่าใดแล้ว?"
"มันอาจจะได้ผลกับสตรี ทว่ากลับหาได้ผลกับกระหม่อมแต่อย่างใดไม่พ่ะย่ะค่ะ"
ลั่วชิงยวนเอ่ยเสียงเรียบนิ่งโดยไม่เก็บมาใส่ใจ
เมื่อฟู่เฉินหวนได้ยินเช่นนี้เข้าก็อดมิได้ที่จะหัวเราะออกมา "ข้าสาบานต่อสวรรค์ได้ว่าเพิ่งจะเคยพูดเช่นนี้กับเจ้า"
“ข้ามิคาดคิดว่าจะถูกปฏิเสธตั้งแต่ครั้งแรก”
"ฉู่ลั่ว เจ้าเป็นคนแรกที่ทำให้ข้าคาดเดาไม่ออกถึงเพียงนั้น" เมื่อฟู่เฉินกล่าวจบ ภาพของลั่วชิงยวนก็พลันผุดขึ้นในหัวของเขา
จากนั้นเขาก็เอ่ยเสริมขึ้นมาว่า "น่า… จะเป็นคนที่สอง"
"ก่อนหน้าเจ้า มีผู้ที่ไม่รู้ดีชั่วพอ ๆ กันอยู่คนหนึ่ง"
ยามที่ฟู่เฉินหวนเอ่ยถึง เขาก็พลันสีหน้าหม่นคล้ำขึ้นมาทันที
ลั่วชิงยวนไม่ถามอันใดอีก
ฟู่เฉินหวนไม่ยอมจากไป ส่วนลั่วชิงยวนก็มิกล้าใช้ไม้กวาดไล่เขาอีก นางสำนึกเสียใจที่โมโหจนวู่วามไปเมื่อคราวที่แล้ว
นางไม่อาจล่วงเกินผู้สูงศักดิ์พวกนี้ได้
อาหารมื้อเที่ยงในห้องครัวพร้อมแล้ว
วันนี้มื้อเที่ยงค่อนข้างคึกคัก เพราะมีแขกหลายคน
ลั่วหรงสั่งให้ลั่วอวิ๋นสี่คุกเข่าอยู่ในลานเรือน จากนั้นก็พาลั่วหลางหลางมาที่โต๊ะกินข้าว
"อาหารง่าย ๆ ข้าหวังว่าท่านจะไม่รังเกียจเจ้าค่ะ" ซ่งเชียนฉู่เอ่ยขึ้นด้วยความนอบน้อม
ลั่วหรงถอนหายใจ "วันนี้ข้าต้องขออภัยด้วยจริง ๆ ที่ก่อเรื่องให้พวกเจ้าอีกแล้ว ข้ามิรู้จะลงโทษนางอย่างไรดีแล้ว! ข้าไม่มีหน้ามานั่งอยู่ที่นี่เลยจริง ๆ"
ลั่วอวิ๋นสี่โกรธมากเสียจนคิดจะจากไปทันที แต่ก็อดมิได้ที่จะตามหลังมา
"อย่าคิดว่าตัวเจ้าสูงส่งนักเลย เจ้ามันก็แค่นักทำนายคนหนึ่ง หากเจ้าเก่งจริงล่ะก็ ไฉนจึงตรวจดูเรื่องที่เกิดขึ้นพวกนี้มิได้เล่า?"
ลั่วชิงยวนคร้านเกินกว่าจะมาโต้เถียงกับนาง
ลั่วอวิ๋นสี่นั่งลงหยิบถ้วยกับตะเกียบขึ้นมา
หลังจากกินอิ่มแล้ว ลั่วอวิ๋นสี่ก็สะบัดก้นจากไปทันที
ลั่วหรงพาลั่วชิงยวนเข้ามาในห้องตามลำพัง จากนั้นก็หยิบเทียบแปดอักษรออกมาจากแขนเสื้อพลางกล่าวว่า "นี่คือเทียบแปดอักษรของสามีที่ข้าหามาให้หลางหลาง ท่านคิดว่าผู้ใดเหมาะสมกับหลางหลางมากกว่ากันหรือ?"
ลั่วชิงยวนรู้สึกตื่นตกใจอยู่บ้าง แล้วค่อย ๆ ตรวจดูวันเกิดและเทียบแปดอักษรของทุกคนกับลั่วหลางหลาง
ยางขมวดคิ้วพลางส่ายหน้า "ฮูหยิน ชะตาพวกนี้มิใคร่ดีนัก"
เมื่อลั่วหรงได้ยินเช่นนี้เข้า นางก็รู้สึกตื่นตะลึงและสีหน้ากลับเคร่งเครียดขึ้นมา "มิดีเอามาก ๆ เลยเชียวหรือ? เช่นนั้นข้าควรจักทำเช่นไรดี..."
ลั่วชิงยวนอดมิได้ที่จะเกลี้ยกล่อมว่า "ฮูหยิน ที่จริงคุณหนูหลางหลางอายุยังน้อย การแต่งงานเป็นเรื่องชั่วชีวิต ฉะนั้นยังมิจำเป็นต้องกังวลไปหรอกขอรับ"
"หากมีความรักเป็นที่ตั้ง ก็มิสำคัญหรอกว่าเส้นสมรสจะขรุขระหรือไม่ เพราะผลลัพธ์ก็ยังออกมาดี แต่หากไม่มีความรักเป็นที่ตั้ง ไม่ว่าเส้นสมรสจะดีสักเพียงใดก็มิน่าจะส่งผลดีนักหรอก"
"เรื่องบางอย่างควรจะปล่อยให้ดำเนินไปตามครรลองขอรับ!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...