"หากข้ามิจัดการเรื่องแต่งงานของบุตรีทั้งสองคนเสียแต่เนิ่น ๆ เกรงว่าเมื่อข้าจากไปแล้ว วันหน้าพวกนางคงโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งพา"
หลังจากลั่วหรงพูดจบก็อดมิได้ที่จะไอสองครั้ง จากนั้นก็รินน้ำชาถ้วยหนึ่งเพื่อให้ชุ่มคอ
ลั่วชิงยวนสังเกตเห็นแววอ่อนล้าในดวงตาของลั่วหรง นางคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการเตรียมงานแต่งในระยะนี้
ทว่ายามนี้กลับดูเหมือนว่าจะมีเหตุผลอื่นเสียแล้ว
"ท่านอาเจ้าคะ ขอข้าจับชีพจรท่านสักหน่อยเถิด"
ลั่วหรงยิ้มพลางส่ายหน้า "ข้ารู้ตัวเองดี ขืนกังวลใจมากไปก็จะทำให้แก่เร็ว ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงยัยเด็กอวิ๋นสี่ที่ชวนให้อดห่วงมิได้นี่เลย"
"ข้าเกรงว่าวันเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ของจวนมหาราชครูกำลังหมดไปจริง ๆ แล้วข้าก็กลัวว่าจักหามีผู้ใดปกป้องเด็กสองคนนี้ได้อีก!"
ลั่วหรงสีหน่าเคร่งเคร่งขรึมและเป็นกังวล
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้ก็ขมวดคิ้วด้วยความสับสน "วันเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ของจวนมหาราชครูกำลังหมดไปหมายความเยี่ยงไรเจ้าคะ? หมู่นี้ก็ใช่ว่าจะเกิดเรื่องขึ้นในเรือนเสียหน่อย"
ลั่วหรงยิ้มพลางตบหลังมือของนาง "ข้ารู้สึกว่าร่างกายแบกรับมิไหวอีกต่อไปแล้ว หากจัดการเรื่องการแต่งงานของบุตรข้าเอาไว้เสียแต่เนิ่น ๆ ข้าก็จะได้สบายใจเสียที!"
"มิฉะนั้นไม่ช้าก็เร็ว คงได้ถูกยัยเด็กอวิ๋นสี่ทำเอาโมโหตายเป็นแน่!"
ลั่วชิงยวนก็ยังไม่ใคร่เข้าใจนัก
นางรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่า ท่านอาลั่วหรงเอ่ยวาจาอันมีความหมายไม่ธรรมดา
แต่เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าท่านอาลั่วหรงมิคิดจะบอกนาง
ลั่วหรงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาพลางรีบเอ่ยขึ้นมาว่า "ก่อนหน้านี้เจ้าเคยบอกว่า ฟ่านซานเหอมิใช่คู่ครองที่ดีนัก ข้าหารู้ไม่ว่าท่านเซียนฉู่ก็คือเจ้า ดังนั้นข้าจึงมิได้ฟังคำแนะนำของเจ้า"
"ช่วยดูให้พวกเขาอีกครั้งเถอะ ฤกษ์มงคลใกล้เข้ามาแล้ว ข้ามิอาจทำร้ายหลางหลางได้!"
ลั่วหรงรีบหยิบเทียบแปดอักษรออกมา "เทียบแปดอักษรของทั้งตระกูลอยู่ตรงนี้หมดแล้ว!"
"เดิมทีข้าคิดจักใช้มันคำนวณหาวันมงคล แต่ข้าก็หาคนที่เหมาะสมมิได้เลย ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ช่วยดูให้ข้าสักทีเถอะ"
ลั่วชิงยวนหยิบเข็มทิศชะตาออกมาแล้วใช้เวลาคำนวณอย่างละเอียดอยู่สักพัก
หลังจากลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้ นางก็รู้ว่าลั่วหรงครุ่นคิดเรื่องของลั่วหลางหลางเอาไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว
แต่มติสวรรค์ยากจะคาดเดาและสรรพสิ่งก็หมุนเวียนเปลี่ยนผัน หามีผู้ใดรับรองได้ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นใด
นางจึงมิกล้าด่วนสรุป
แต่การที่ลั่วหรงครุ่นคิดเรื่องที่จะให้ลั่วหลางหลางแต่งออกไปมากเสียขนาดนั้น ก็เกินกว่าที่นางจะเข้าใจได้
นางรู้สึกว่าท่านอาลั่วหรงกำลังปกปิดอะไรสักอย่างมิให้นางรู้
ทว่ายามนี้นางยังคงวนเวียนอยู่ชายขอบท่ามกลางแวดวงผู้มีอำนาจราชศักดิ์ นางจะต้องหาต้นตอของข่าวลือให้พบ
ต่อให้นางไต่ถาม ก็คงหามีผู้ใดยอมบอกนางเป็นแน่
ในยามนี้เอง ก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นข้างนอก
นางรับใช้รีบเปิดประตูแล้วพูดว่า "ฮูหยิน ฮูหยินมิได้การแล้วเจ้าค่ะ ท่านมหาราชครู ท่าน..."

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...