ก่อนที่นางรับใช้จะทันได้พูดให้จบ ลั่วหรงก็รีบลุกพรวดด้วยความร้อนใจแล้ววิ่งออกไป
ลั่วชิงยวนสวมผ้าคลุมหน้าแล้วรีบตามไป
เกิดอะไรขึ้นกับท่านมหาราชครูกันแน่!
นางรีบตามฝีเท้าของลั่วหรงจนมาถึงห้องตำราของท่านมหาราชครู จากนั้นก็เห็นท่านมหาราชครูกำลังนั่งเอามือกุมหน้าอกอยู่บนเก้าอี้ ราวกับว่าเขาหายใจแทบไม่ออกอยู่แล้ว
น่าแปลกที่ลั่วไห่ผิงก็อยู่ตรงนั้นด้วย
"ท่านลุงรอง! อดทนเอาไว้นะขอรับ ข้าจะไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้!" ลั่วไห่ผิงเอ่ยด้วยท่าทีกระวนกระวายใจแล้วเตรียมจะวิ่งออกไปข้างนอก
ลั่วหรงรีบดึงตัวเขากลับมาพลางเอ่ยน้ำเสียงขรึม "วันนี้เป็นวันมงคลของหลางหลาง ขืนท่านวิ่งออกไปด้วยท่าทีตื่นตระหนกเช่นนั้น คนข้างนอกคงได้รู้กันหมดพอดี"
ลั่วไห่ผิงที่ตื่นตกใจจึงเอ่ยวาจาตำหนิขึ้นมาว่า "น้องหรง เจ้าเป็นคนกตัญญูรู้คุณเป็นที่สุด แต่มิคาดคิดว่าในช่วงเวลาเป็นตายเช่นนี้ เจ้ากลับเอาแต่สนใจงานมงคลของบุตรสาวของตัวเจ้า หากพวกเรามิไปตามหมอท่านลุงรองคงต้องตายแน่!"
ลั่วหรงถลึงตามองเขาด้วยความโกรธจัด "ท่านพ่อของข้าตกอยู่ในสภาพนี้เพราะคนบางคน ท่านคิดว่าผู้ใดควรรับผิดชอบเล่า?!"
เพียงประโยคเดียวก็ทำเอาลั่วไห่ผิงพูดไม่ออกแล้ว
ในยามนี้เอง ลั่วชิงยวนก็มาถึงข้างกายท่านมหาราชครูลั่วแล้ว นางหยิบเข็มเงินขึ้นมาแล้วเริ่มฝังเข็มให้แก่ท่านมหาราชครูลั่วพลางตบหน้าอกของเขาเบา ๆ
ท่านมหาราชครูค่อย ๆ หายใจสะดวกขึ้น
"ท่านปู่ของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?" ลั่วหรงเดินเข้ามาถามด้วยความกังวลใจ
ลั่วชิงยวนจับชีพจรของท่านมหาราชครูลั่วพลางกล่าวว่า "เป็นเพราะโทสะอันพลุ่งพล่านส่งผลต่อหัวใจ ทำให้ท่านหายใจมิออกไปชั่วขณะเจ้าค่ะ"
"ท่านอา เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเองเถิด ฤกษ์มงคลงวดเข้ามาแล้ว ท่านจักพลาดไปมิได้หนาเจ้าคะ"
ลั่วหรงรู้สึกโล่งอกแล้วพยักหน้า "เช่นนั้นข้าไปก่อน ดูแลท่านปู่ของเจ้าให้ดี ๆ!"
ครั้นลั่วหรงออกมา นางก็จ้องลั่วไห่ผิงด้วยสายตาเป็นเดือดเป็นแค้น
เมื่อออกมาจากห้อง ลั่วหรงก็ตวาดเสียงเคร่งขรึมใส่บรรดาคนรับใช้ในเรือนว่า "ท่านมหาราชครูเพียงแค่โมโห เรื่องที่เกิดขึ้นในเรือนหลังนี้ หากมีผู้ใดกล้าปล่อยข่าวสร้างความวุ่นวาย ข้าจักมิละเว้นมันไปง่าย ๆ แน่!"
"ขอรับ/เจ้าค่ะ!" บรรดาคนรับใช้ต่างขานรับขึ้นมาพร้อมกัน
หลังจากลั่วหรงจากไป ทุกอย่างก็ทันเวลาเจ้าบ่าวมาถึงพอดี
จวนอัครเสนาบดีเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?
เมื่อท่านมหาราชครูลั่วได้ยินเช่นนี้ เขาก็โมโหจัดแล้วชี้หน้าลั่วไห่ผิงด้วยท่าทีเดือดดาล "ลั่วไห่ผิง! เจ้ามันมิได้ต่างกระไรกับพยัคฆ์หรือสุนัขป่าเลย! ถึงขนาดเอาบุตรีของตนมาข่มขู่ข้า!"
"ไสหัวไป! ไสหัวไปจากที่นี่ซะ!"
ท่านมหาราชครูจวนจะระเบิดโทสะออกมาอยู่แล้ว
ลั่วชิงยวนรีบรั้งตัวเขาไว้ "ขอท่านปู่อย่าได้มีโทสะ โปรดระวังสุขภาพด้วยเจ้าค่ะ!"
จากนั้นท่านมหาราชครูก็นั่งลงแล้วพยายามระงับอารมณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
แต่ลั่วไห่ผิงกลับคุกเข่ามิยอมลุกขึ้น "หากท่านลุงรองมิยอมมอบจี้กิเลนเพื่อช่วยเหลือจวนอัครเสนาบดี ข้าจักคุกเข่าอยู่ที่นี่มิลุกไปไหน!"
การคุกเข่าอย่างไร้ศักดิ์ศรีเช่นนี้ต่อหน้าบุตรีของตน ทำให้ลั่วไห่ผิงอับอายขายหน้าเป็นที่สุด
ทว่าเขาไม่มีทางเลือกแล้ว!
ปัญหาที่เขากำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ มีเพียงท่านลุงรองเท่านั้นที่จะช่วยได้!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...