"มันคืออันใดกันพ่ะย่ะค่ะ?"
ฟู่เฉินหวนกำหมัดแน่นบนโต๊ะอีกครั้ง "น่าจะเป็นถุงหอมนั้นแล"
"ทีแรกข้าก็คิดว่ามันเป็นแค่ถุงหอมธรรมดา ทว่ายามนี้ลองนึกดูแล้ว ลั่วเยวี่ยอิงกับลั่วชิงยวนกลับมีปากเสียงกันอยู่หลายครั้งหลายคราเพราะถุงหอมใบนี้"
"คราที่ลั่วชิงยวนเข้ามาในห้องตำราก็พยายามที่จะขโมยถุงหอม จนถึงขั้นคิดจักสังหารลั่วเยวี่ยอิงปิดปาก นี่แสดงให้เห็นว่าถุงหอมมีความสำคัญต่อนางมากเพียงใด!"
"ชะรอยจักมีผู้บงการให้นางเอาถุงหอมใบนั้นมาให้ได้ตั้งแต่แรกแล้ว!"
เมื่อซูโหยวได้ยินเช่นนี้ก็ให้รู้สึกตื่นตะลึง "ท่านอ๋องสงสัยว่า เป็นตระกูลเหยียนที่คอยยุยงปลุกปั่นกระนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ? ตระกูลเหยียนจับตามองพระชายาหลีมานานแล้ว!"
"เช่นนั้นท่านอ๋องก็มิควรคืนถุงหอมให้แก่ลั่วเยวี่ยอิง! หากตระกูลเหยียนลงมืออีกครั้งล่ะก็..."
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว "ข้ามิอาจฝืนแย่งชิงเอาถุงหอมมาได้"
เมื่อซูโหยวได้ยินเช่นนี้เข้าก็รู้สึกตื่นตะลึง
"นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านอ๋องยอมให้ท่านอัครเสนาบดีพาตัวพระชายาไปใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"
หลังจากเข้าใจเรื่องนี้แล้ว สีหน้าของซูโหยวก็ออกจะขรึมเคร่งขึ้นมาบ้าง จากนั้นเขาก็อดมิได้ที่จะเอ่ยด้วยความเศร้าใจว่า "แต่กระหม่อมเกรงว่าคราวนี้พระชายาคงจักต้องสังเวยชีวิตแล้ว..."
สายตาของฟู่เฉินหวนพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาแล้วมองมาที่ซูโหยว "นางก็แค่สายลับ สมควรถูกลงทัณฑ์แล้ว!"
ซูโหยวก้มหน้าลง ทว่าก็ยังอดมิได้ที่จะเอ่ยขึ้นมาว่า "แต่พระชายาอยู่ในเรือนแยกมาตั้งนาน หากนางคิดกลับมา นางก็คงลงมือไปตั้งนานแล้ว นางจักอดทนกลับตำหนักมาเพื่อกระไรกันหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
"กระหม่อมคิดว่าพระชายาน่าจะถูกตระกูลเหยียนหลอกใช้เสียกระมัง?"
คำพูดประโยคนี้ทำเอาฟู่เฉินหวนไม่อาจสงบจิตใจลงได้
"ออกไป!" ฟู่เฉินหวนออกคำสั่งอย่างหมดความอดทน
ซูโหยวจึงก้มหน้าแล้วหันหลังออกไปจากห้องตำรา
……
รถม้าวิ่งไปตามถนนอันเงียบสงัด
พอตกดึกก็ยิ่งทวีความอ้างว้างและหนาวเหน็บให้แก่ถนนอันเงียบสงัด
เมื่ออยู่ภายในรถม้า ลั่วเยวี่ยอิงก็จ้องมองนางอยู่เกือบตลอดเวลา
ลั่วชิงยวนมองลั่วไห่ผิงด้วยสายตาเย็นชา "ท่านพ่อคิดจักทำกระไรข้า?"
ทว่าในยามนี้เอง รถม้าก็จอดลงแล้วลั่วไห่ผิงก็รีบไล่ตามรถม้า
"ลั่วชิงยวน!"
เสียงตะคอกของลั่วไห่ผิงดังขึ้นทางด้านหลัง
ลั่วชิงยวนหาได้นำพาใส่ใจไม่
กระทั่งชั่วครู่ต่อมา ลั่วไห่ผิงก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา…
"หากเจ้ามิกลับจวนไปรับการลงโทษ เช่นนั้นแม่นมกู้ก็จะต้องถูกลงโทษแทนเจ้า!"
ทันใดนั้นลั่วชิงยวนก็ชะงักฝีเท้า
สายลมหนาวเหน็บช่วงกลางดึกพัดเส้นผมและผ้าคลุมหน้าของนางจนตลบม้วนขึ้น จากนั้นความเย็นยะเยือกอันแสนน้อยนิดก็คืบคลานเข้าสู่จิตใจของนางราวกับอสรพิษ
นางหันกลับไปมองบุรุษผู้สูงศักดิ์สง่างามที่ยืนข้างรถม้าอยู่ไกล ๆ
"แม่นมกู้ นางเป็นแม่นมของเจ้า!" ลั่วชิงยวนมองลั่วไห่ผิงด้วยสายตายากจะเชื่อ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...