เสียงแส้ดังบาดหูก้องกังวานไปทั่วทั้งห้องมืด
เมื่อลั่วเยวี่ยอิงที่อยู่ข้างนอกได้ยินเสียงนี้เข้า นางก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกโล่งใจได้ในที่สุด!
คราวนี้ตีลั่วชิงยวนให้ถึงตายเป็นดีที่สุด!
นางก้มมองถุงหอมที่อยู่ในมือด้วยสีหน้าขรึมเคร่ง วันนี้ท่านพ่อของนางเป็นพยานยืนยันว่าเจ้าสิ่งนี้เป็นของดูต่างหน้าของมารดานาง ดังนั้นนางย่อมมิอาจทิ้งขว้างได้ตามใจอีกแล้ว
มิฉะนั้นท่านอ๋องอาจสงสัยเอาได้
แต่หากมีวิญญาณร้ายในถุงหอมใบนี้จะทำเช่นใดเล่า?
ลั่วชิงยวนมิอาจทนความเจ็บปวดแสนสาหัสทั่วร่างได้ ถึงแม้ว่านางจะสวมอาภรณ์หนาชั้น แต่เรี่ยวแรงของลั่วไห่ผิงหาได้ธรรมดาสามัญเลยสักนิด นางจึงสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดผ่านฝ้ายหนา ๆ
นางมิทราบว่าโดนเฆี่ยนตีมากี่ครั้งกี่หนแล้ว แต่ท่าทางแบบนั้นของลั่วไห่ผิงคงคิดจะตีนางให้ตายเป็นแน่
ในที่สุดก็มีเสียงฝีเท้าอันเร่งรีบดังขึ้นข้างนอก
จากนั้นก็มีน้ำเสียงแฝงแววโทสะดังขึ้น "เปิดประตูให้ข้าเข้าไปเดี๋ยวนี้!"
เมื่อลั่วไห่ผิงได้ยินเสียงก็รู้สึกตื่นตกใจ
พอเปิดประตูออกมา
เขาก็เห็นแม่ทัพใหญ่ฉินเดินเข้ามาด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด
"แม่ทัพใหญ่ฉิน..." ลั่วไห่ผิงขมวดคิ้วพลางกล่าวขึ้นมา
แม่ทัพใหญ่ฉินจ้องเขาตาเขม็งด้วยความโมโหจัด "หึ!"
แม่ทัพใหญ่ฉินเดินผ่านลั่วไห่ผิงไปแล้วก้าวเดินเข้ามาช่วยประคองลั่วชิงยวนให้ลุกขึ้น เมื่อเห็นรอยเลือดบนหลังมือของลั่วชิงยวน แม่ทัพใหญ่ฉินก็พลันโกรธเกรี้ยวขึ้นมา
"ดี ลั่วไห่ผิง! เพื่อเข้าพบท่านมหาราชครู ก็มาขอให้ข้าช่วยแนะนำเจ้ากับท่านมหาราชครู!"
"เจ้าสัญญาเสียเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะพาลั่วชิงยวนออกมาจากตำหนักอ๋องแล้วพานางมาเป็นแขกที่จวนของข้า แต่กลับถูกเจ้าลงทัณฑ์ขั้นรุนแรงอยู่ที่นี่กระนั้นรึ?"
"ข้าหลงเชื่อปีศาจอย่างเจ้าเข้าแล้วจริง ๆ!"
เมื่อแม่ทัพใหญ่ฉินคิดว่าถูกลั่วไห่ผิงหลอกใช้ เขาก็รู้สึกโกรธแค้นนัก
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกตื่นตะลึงขึ้นไปอีก
เพื่อที่จะได้พบท่านมหาราชครูลั่วแล้ว ลั่วไห่ผิงถึงขั้นขอร้องให้แม่ทัพใหญ่ฉินช่วยแนะนำตัวเขาเลยเชียวหรือ?
แม่ทัพใหญ่ฉินพาลั่วชิงยวนออกไปจากจวนอัครเสนาบดีทันที
ลั่วเยวี่ยอิงคิดจะเข้าไปขวาง ทว่านางกลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ มิหนำซ้ำแม่ทัพใหญ่ฉินก็หาได้สนใจนางแต่อย่างใดไม่
หามีผู้ใดขวางแม่ทัพใหญ่ฉินได้
แม้แต่ลั่วไห่ผิงก็ได้แต่กลั้นหายใจ ตอนนี้เขามิอาจลงโทษบุตรีของตนได้ อัครเสนาบดีอย่างเขาช่างขี้ขลาดตาขาวนัก!
เขาโกรธมากเสียจนสะบัดแขนเสื้อเดินกลับเข้าห้องไป
ลั่วเยวี่ยอิงโมโหจนกระทืบเท้าพลางเฝ้ามองดูรถม้าแล่นออกไป ทว่านางกลับมิอาจทำอันใด
ในรถม้า เมื่อจือเฉาเห็นบาดแผลบนหลังมือของลั่วชิงยวนก็ถึงกับหลั่งน้ำตา "บ่าวขออภัยเจ้าค่ะ พระชายา บ่าวมาช้าไป!"
"อย่าร้องไห้สิ ข้าหาเป็นอันใดไม่"
ลั่วชิงยวนหันไปมองแม่ทัพใหญ่ฉิน "ขอบคุณแม่ทัพใหญ่ฉินที่วันนี้ช่วยชีวิตข้าแล้ว!"
แม่ทัพใหญ่ฉินขมวดคิ้วด้วยท่าทีเป็นห่วง "ข้าไปหาเจ้าที่ตำหนักอ๋องอยู่หลายครั้งหลายหน แต่กลับมิพบเจ้าเลย วันนี้พอเห็นเจ้าสวมผ้าคลุมหน้าแล้ว ข้าเกรงว่ายามที่อยู่ในตำหนักอ๋อง เจ้าคงมีชีวิตที่มิสู้ดีนัก"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...