หากมิใช่เพราะใบหน้าเสียโฉมจนมิอาจพบปะผู้ใด ไฉนเลยจะต้องสวมผ้าคลุมหน้าด้วยเล่า?
"ครั้นเมื่อบิดาของเจ้ามาขอให้ข้าช่วยเหลือ ข้าสั่งให้เขาไปพาตัวเจ้าออกมาจากตำหนักอ๋อง ผู้ใดเลยจะล่วงรู้ว่าบิดาของเจ้าจักใจคอโหดเหี้ยมยิ่งกว่า!"
"เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าได้รับความอยุติธรรมอักโข หากเจ้าแต่งเข้ามาในตระกูลของข้าได้ก็คงดีมิน้อย!"
แม่ทัพใหญ่ฉินรู้สึกเสียดายที่สตรีดี ๆ เช่นนั้นกลับแต่งงานแล้วเสียได้ ต่อให้นางเป็นบุตรีของเขามิได้ ก็น่าจะเป็นสะใภ้ของเขาได้!
ลั่วชิงยวนยิ้มให้ "แม่ทัพใหญ่ฉินล้อเล่นแล้วเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าดวงตาของฉินไป๋หลี่น่าจะดีขึ้นแล้วกระมัง?"
แม่ทัพใหญ่ฉินส่ายหน้า "ดีขึ้นบ้างแล้วล่ะ บางครั้งก็เห็นแสงสีขาวได้บ้างแล้ว แต่บางทีก็ยังมองไม่เห็นสิ่งใดเลย"
"แต่หลังจากเขาตาบอดก็หาได้รู้สึกสิ้นหวังอย่างแต่ก่อนอีกแล้ว แต่เขากลับบังเกิดจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ และฝึกฝนวรยุทธในลานอยู่ทุกวันเชียวแล! ถึงแม้ว่าเขายังชอบวาดภาพอยู่ แต่กลับมิดื่มสุราอีกแล้ว บางครั้งเขาก็จะออกไปเดินเพื่อฝึกการฟังเสียงของตัวเอง"
"ทำให้ข้าคลายกังวลไปได้มากเลยเชียว!"
ลั่วชิงยวนนึกกับตัวเองว่าเป็นเพราะคนรักที่เขาเสียไปหวนคืนมาหาเขา ดังนั้นต่อให้เขาจักตาบอด ทว่ากลับจุดประกายจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
"แม่ทัพใหญ่ฉิน คืนนี้ข้ามิไปเยือนจวนท่าน อย่างไรเสียข้าก็เป็นพระชายาอ๋อง ขืนปล่อยให้เรื่องนี้แพร่สะพัดออกไป จักตกเป็นประเด็นให้ผู้คนเอาไปติฉินนินทาโดยมิอาจเลี่ยงได้"
"วันพรุ่งข้าจักให้คนเอาเทียบยาไปมอบให้ถึงจวน จักได้เปลี่ยนตำรับโอสถให้ฉินไป๋หลี่เจ้าค่ะ"
เมื่อแม่ทัพใหญ่ฉินได้ยินเช่นนี้ก็ถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล "เช่นนั้นคืนนี้เจ้าจักไปอยู่ที่ใดเล่า? กลับไปตำหนักอ๋องกระนั้นรึ? ข้าจักส่งเจ้ากลับไปเอง!"
ลั่วชิงยวนส่ายหน้า "ในที่สุดข้าก็ออกมาจากตำหนักอ๋องได้แล้ว ข้ามิอยากกลับหรอกเจ้าค่ะ คืนนี้ข้ามีที่พักแล้ว ขอท่านแม่ทัพใหญ่ฉินอย่าได้เป็นห่วง"
"ก็ได้ เช่นนั้นก็ระวังตัวด้วย!"
แม่ทัพใหญ่ฉินมิได้บีบบังคับอันใด
อย่างไรเสียลำพังแค่ตัวตนของลั่วชิงยวนและสถานการณ์ในยามนี้ของนาง หากเกิดเรื่องติฉินนินทาขึ้นมา รังแต่จะทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ลงไปอีก
จากนั้นลั่วชิงยวนกับจือเฉาก็ลงจากรถม้า
"พระชายา..."
ลั่วชิงยวนตบไหล่อีกฝ่าย "เจ้าลอบติดตามข้าออกมาใช่หรือไม่? แต่มิว่าเจ้าจักกลับตำหนักอ๋องไปหรือไม่ ก็อย่าให้พวกเขาล่วงรู้ดีกว่า จงแสร้งทำทีเป็นมิรู้เห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้เสีย"
จือเฉาพยักหน้า "เช่นนั้นพระชายา โปรดระวังตัวด้วยเจ้าค่ะ"
จือเฉาเองก็กลับไปที่ตำหนักอ๋อง
เมื่อนางเห็นเช่นนั้นเข้าก็รู้สึกตื่นตะลึง
นางรีบวิ่งกลับไปที่ร้านแล้วทุบประตูแรง ๆ
หามีผู้ใดเปิดประตูอยู่นาน นางเหลียวกลับไปมองด้วยความกระวนกระวาย พลางมองดูเงาร่างนั้นใกล้เข้ามาทุกที ๆ
รีบเปิดประตูเร็ว ๆ เข้าสิ!
ในที่สุดประตูร้านก็เปิดสักที
เมื่อซ่งเชียนฉู่เห็นนาง อีกฝ่ายก็รู้สึกตื่นตกใจอยู่บ้าง "ท่านกลับมาด้วยเหตุอันใดกัน?"
"ให้ข้าเข้าไปเร็วเข้า!" ลั่วชิงยวนรีบเข้าไปในร้านแล้ววิ่งไปท้ายเรือน
ซ่งเชียนฉู่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย "ดูท่าทีตื่นตระหนกของท่านสิ มีคนไล่ตามท่านมาหรือ?"
ซ่งเชียนฉู่โผล่ศีรษะออกมามองถนนด้านหลังนางด้วยท่าทีสงสัย
หลังจากมองเห็นแล้ว อีกฝ่ายก็ตกใจเสียจนต้องรีบปิดประตู

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...