เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฟู่เฉินหวนก็พลันตกใจ
ลั่วชิงยวนก็เข้าไปในห้องตำรา
เมื่อเห็นนางยืนอยู่ตรงหน้าตน ฟู่เฉินหวนก็ขมวดคิ้ว เขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง
ลั่วชิงยวนมิรอให้ฟู่เฉินหวนได้เอ่ยอะไรจึงรีบเอ่ยตัดขึ้น “ท่านอ๋อง งานแต่งงานของลั่วหลางหลางจบลงแล้ว ถึงเวลาที่หม่อมฉันต้องกลับจวนนอกเมืองแล้วเพคะ”
“หากท่านอ๋องทรงอนุญาต วันนี้หม่อมฉันจักเก็บข้าวของกลับจวนนอกเมือง”
ลั่วชิงยวนลดเสียงลงและดูระแวดระวัง จึงทำให้ฟู่เฉินหวนรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
ราวกับมีคำพูดมากมายอยู่ในใจ แต่กลับมิสามารถเอ่ยอะไรออกไปได้
เขาไพล่มือไว้ด้านหลัง หันหลังกลับมาพูดอย่างเย็นชา "หากเจ้ารู้ข้อผิดพลาด ข้าจักให้เจ้าอยู่ตำหนัก"
ท่าทางที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นั้นทำให้ลั่วชิงยวนเยาะเย้ยอยู่ในใจ
“หม่อมฉันมิใช่คนผิด ล้วนเป็นอคติของท่านอ๋องทั้งสิ้น”
“ในสายพระเนตรของท่านอ๋อง ทุกสิ่งที่หม่อมฉันทำนั้นผิดทั้งสิ้น หม่อมฉันจักไม่อยู่ให้ท่านเห็นอีก ได้โปรดให้หม่อมฉันกลับไปที่จวนนอกเมือง ภายภาคหน้าท่านจักได้มิต้องกังวลเรื่องหม่อมฉัน ทำเหมือนว่าไม่เคยมีหม่อมฉันเถิดเพคะ”
ลั่วชิงยวนพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ นางหวังจริง ๆ ว่าฟู่เฉินหวนจะลืมนางไป
แม้นางกลับมาอยู่ตำหนักอ๋อง ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น!
เมื่อฟู่เฉินหวนได้ยินคำพูดเช่นนี้ เส้นเลือดของเขาก็ผุดขึ้นด้วยความโกรธ นัยน์ตาฉายแววโทสะ
น้ำเสียงเช่นนี้ช่างน่าสงสารนัก!
เขาแทบจะยอมอ่อนข้อให้ด้วยซ้ำ!
แต่เขาจะลืมได้อย่างไร กลยุทธ์แสร้งปล่อยเพื่อจับ! นี่คงเป็นกลยุทธ์ของนาง
นางยังคงปฏิเสธที่จะกลับใจ ยังคงปฏิเสธที่จะยอมรับว่าตระกูลเหยียนส่งนางมา และยังปฏิเสธที่จะตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับตระกูลเหยียน!
“กลับจวนนอกเมืองรึ?” ฟู่เฉินหวนหันกลับมา ดวงตาของเขาเย็นชายิ่ง
“เจ้ามิอยากเจอเสด็จน้องห้าของข้าอีกครั้งรึ?”
“เขาร่ำขอร้องข้าให้เจ้าอยู่ตำหนักอยู่เรื่อย”
สิ่งที่เกิดขึ้นในจวนมหาราชครูวันนั้นนั้นเป็นเรื่องจริง แม้ว่านางและองค์ชายห้าจะไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎเกณฑ์ก็ตาม
ในใจของนางมิเคยมีฟู่อวิ๋นโจว มโนธรรมของนางนั้นชัดเจน!
“ไยเจ้ามิพูดเล่า?” ดวงตาของฟู่เฉินหวนเฉียบคม
“ท่านอ๋องตรัสเช่นไรก็เป็นเช่นนั้นแล” นางยอมแพ้ น้ำเสียงของน้ำสงบ ไม่มีแม้ความสั่นคลอน
ความไม่แยแสของนางทำให้ฟู่เฉินหวนยิ่งโกรธ เช่นนี้นางยอมรับความสัมพันธ์ของนางกับฟู่อวิ๋นโจวแล้วใช่หรือไม่?
เขากำมือแน่น ระงับความโกรธ ควบคุมอารมณ์ และเอ่ยอย่างเย็นชา “เจ้าไม่แม้แต่จะปกป้องตัวเจ้าเองด้วยซ้ำ”
“กลับเรือนเจ้าไปซะ! หากไร้คำสั่งข้า เจ้ามิได้รับอนุญาตให้ก้าวออกจากเรือน!”
“เทศกาลโคมไฟจบลงเมื่อใด ก็จงออกไปซะ!”
หัวใจของฟู่เฉินหวนเต็มไปด้วยความสับสน ยากที่จะสงบสติอารมณ์ แม้จะพูดคำเหล่านั้นออกไป แต่อารมณ์ของเขาก็ยังหนักหน่วงขึ้น
ลั่วชิงยวนตกใจ “หากเทศกาลโคมไฟจบลงแล้ว ท่านอ๋องจักมอบหนังสือหย่าให้หม่อมฉันหรือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...