“หุ่นเชิดที่นำออกมานั้นน่าสงสัยนัก ควรเก็บไว้ในวังหลวงเป็นการชั่วคราวเพื่อสอบสวนต่อไป"
ควรเก็บไว้ในวังหลวงเป็นการชั่วคราวเพื่อสอบสวนต่อไป?
สอบสวนนางหรือ?
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว ในใจรู้สึกมีลางสังหรณ์
ฟู่เฉินหวนก็ประหลาดใจเช่นกัน
หลังจากที่ทุกคนลุกขึ้นแล้ว ไทเฮาก็ส่งข้าหลวงเตรียมนำลั่วชิงยวนออกไป
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ต้องใช้เวลานานเท่าใดในการสืบสวนจึงจะปล่อยนางออกจากวังได้?”
ไทเฮายิ้มจาง ๆ เอ่ยว่า “นี้เป็นรับสั่งจากไท่ซ่างหวง อ๋องผู้สำเร็จราชการหมายต่อต้านเช่นนั้นรึ?”
“การสืบสวนใช้เวลานานเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับเรารู้ความจริงเมื่อใด เช่นนั้นแล้วก็จักปล่อยนางไป หากราบรื่นว่องไว คงหนึ่งหรือสองวันกระมัง”
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วมิเอ่ยคำใด เขาทำได้เพียงปล่อยให้ลั่วชิงยวนถูกพาตัวไปเช่นนั้น
“พระชายา เชิญขอรับ!” ขันทีทำท่าทีผายมือเชิญ
หัวใจของลั่วชิงยวนจมลง นางหันไปมองฟู่เฉินหวน
เขาจะปล่อยให้ผู้ใดมาพาตัวนางไปก็ได้แบบนี้เช่นนั้นหรือ...
ฟู่เฉินหวนยังคงนิ่งเงียบ
หัวใจของลั่วชิงยวนหนักอึ้ง นางยอมรับผลของสิ่งที่นางเลือกทำแล้ว
ดวงตาของนางเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเดินตามขันทีไป
ฟู่เฉินหวนมองไปยังแววตาอันเด็ดเดี่ยวของนางภายใต้หน้ากากนั้น ทำให้หัวใจของเขาเหมือนมีหนามโผล่ขึ้นมาในทันใด รู้สึกเจ็บปวดไปทุกด้าน
ลั่วชิงยวนถูกพาตัวไป พิธีการยังคงดำเนินต่อไป
ไม่มีผู้ใดคาดคิดมาก่อนว่าไท่ซ่างหวงจะเสด็จมา เนื่องพระองค์ประชวรหนักและถอนตัวจากงานราชการแล้ว และไม่มีผู้ใดคาดว่า พระองค์จะมาปกป้องอ๋องผู้สำเร็จราชการ
ไท่ซ่างหวงรับสั่งมิให้ผู้ใดแตะต้องอ๋องผู้สำเร็จราชการ เช่นนั้นเรื่องนี้จึงได้ยุติลง
แม้ปัญหาของฟู่เฉินหวนจะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ยามนี้เขามิสามารถออกไปจากที่นี่ได้ คนเหล่านี้อ้างว่า เขาเป็นต้นเหตุให้เกิดบุพนิมิต หากเขาจากไปเช่นนั้น ก็จะมีการกล่าวหาอีกว่า เมื่อเขาจากไป บุพนิมิตก็หายไปด้วย
เขาจะต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะสิ้นสุดพิธีการเพื่อพิสูจน์ว่า ความกริ้วจากพระวิญญาณบรรพบุรุษของราชวงศ์นั้นเป็นเพียงความพยายามเจตนาใส่ร้ายตน
เมื่อประตูเปิดออก ก็เห็นว่าด้านนอกเริ่มมืดแล้ว
ข้าหลวงในวังนำเก้าอี้เข้ามาด้านใน ชายคนหนึ่งในอาภรณ์ทางการก็เดินเข้ามานั่งทันที
ในห้องที่ไม่มีแสงสว่าง ลั่วชิงยวนไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้ชัดเจน
“ลั่วชิงยวน เจ้ารู้ความผิดของตัวเจ้าหรือไม่?” เสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธและดุดันดังก้องสะท้อน ลั่วชิงยวนรู้สึกคุ้นเคยในทันใด
นี้คือเสียงของใต้เท้าฟางใช่หรือไม่?
ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนจากสำนักหอดูดาวหลวง ซึ่งมิเกี่ยวข้องใดกับส่วนนี้ เขามีสิทธิ์สอบสวนนางเช่นนี้หรือ?
หากเป็นเรื่องสำคัญก็มิควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของใต้เท้าฟางใช่หรือไม่?
นี่มิใช่รับสั่งจากไท่ซ่างหวงเป็นแน่
“ข้ามิรู้” นางพูดอย่างเย็นชา
“จงคิดให้รอบคอบว่าจักตอบคำถามเช่นไรเสียเถอะ วันนี้ หุ่นเชิดนั้นเป็นของเจ้าใช่หรือไม่?” ใต้เท้าฟางถามอย่างสบาย ๆ พลางหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...