ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วแน่น นางไม่เข้าใจเลยว่าไฉนผ่านไปแค่ไม่กี่วัน จู่ ๆ ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ถึงเพียงนั้นขึ้นมาได้
พลังปราณของฮวงจุ้ยทั่วทั้งจวนมหาราชครูหาได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดไม่ ทว่ากลับมีปราณมรณะเพิ่มเข้ามาไม่น้อยและพลังก็ลดลงด้วย
“ไฉนจึงสารภาพผิดแล้วปลิดชีพตน เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?” ลั่วชิงยวนรู้สึกหายใจไม่ออก
ลั่วหรงถอนหายใจ “หลังจากพวกเรารู้เรื่องของฟ่านซานเหอ ก็มิอาจสืบสาวราวเรื่องได้อีกต่อไป ฮูหยินใหญ่ฟ่านก็มาขอความช่วยเหลือจากบิดาด้วยตนเอง อย่างไรเสีย ยามนี้ฟ่านซานเหอก็เป็นสามีของหลางหลาง บิดาย่อมมิอาจวางเฉยได้"
“เช่นนั้นข้าจะไปขอร้องลั่วไห่ผิง หวังว่าเขาจะยอมเมตตาปล่อยฟ่านซานเหอไป”
เมื่อลั่วหรงเอ่ยมาถึงตรงนี้ นางก็โมโหจัด
“แต่ลั่วไห่ผิงกลับไร้อำนาจ เขามิอาจไต่สวนและจับกุมตัวผู้บงการที่ชักใยอยู่เบื้องหลังได้! เรื่องนี้คงมิแคล้วถูกจัดฉากให้มีคนต้องสารภาพความผิด!”
“วันนี้ตอนที่ข้าเห็นท่านพ่อ ท่านก็... ปลิดชีพตนเองแล้ว!”
“ท่านทิ้งจดหมายเลือดสารภาพความผิดซึ่งได้ส่งไปถึงวังหลวงแล้ว”
ลั่วหรงกล่าวไปพลางเช็ดน้ำตาไปพลาง นางแลดูแก่ชราลงไปนับสิบปีขึ้นมาทันที
ลั่วชิงยวนกำหมัดแน่น “ลั่วไห่ผิง!”
ทันทีที่นางพูดจบ ก็มีน้ำเสียงเจือกังวลดังขึ้นจากข้างนอก “ท่านอาขอรับ!”
ลั่วไห่ผิงรีบวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีร้อนใจ เมื่อเขาเห็นภาพบนเตียงก็ถึงกับตัวแข็งทื่อ
“ท่านอา..”
เมื่อลั่วหรงเห็นลั่วไห่ผิงเข้า นางก็เดือดดาลถึงขีดสุดพลางคว้าถ้วยบนโต๊ะแล้วปาใส่เขาอย่างแรง
“เจ้ายังกล้ามาที่นี่อีกเช่นนั้นหรือ? ไสหัวออกไป! ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ! เจ้ามันไม่คู่ควรที่จะมาปรากฏตัวต่อหน้าท่านพ่อของข้า!”
ลั่วหรงโมโหเสียจนดวงตาแดงก่ำ ทั่วทั้งร่างเครียดเกร็งหมายจะสังหารลั่วไห่ผิง ลั่วไห่ผิงยืนนิ่งปล่อยให้ถ้วยกระแทกศีรษะโดยมิได้หลบหลีก จากนั้นเขาก็เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเจ็บปวดว่า “ข้าช่วยท่านอามิได้จริง ๆ แล้วก็ไม่คาดว่าท่านอาจะ…”
เมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดของลั่วไห่ผิง ลั่วชิงยวนก็รู้สึกหายใจไม่ออก
แววตาของนางเต็มเปี่ยมไปด้วยโทสะ จากนั้นนางก็วิ่งเข้าไปชกหน้าลั่วไห่ผิงอย่างแรง “ไร้ยางอายสิ้นดี!”
“คราที่เจ้าคุกเข่าตรงหน้าท่านปู่แล้วขอร้องท่านให้มอบจี้กิเลนเพื่อช่วยชีวิตตัวเอง เจ้าตกปากรับคำท่านปู่เอาไว้ว่าอย่างไร!”
เขาเป็นถึงอัครเสนาบดีผู้ทรงเกียรติ เหตุใดเขาถึงกระทำเรื่องง่าย ๆ เช่นนั้นมิได้!
ดูท่าจะต้องมีเหตุผลอื่นอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เป็นแน่!
มิหนำซ้ำคงจะมิใช่เรื่องง่ายดายเช่นนั้นเสียแล้วก็เป็นได้!
เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของลั่วหลางหลางดังขึ้นในห้อง ฮูหยินใหญ่ฟ่านก็สำลักก้อนสะอื้นพลางโขกหัวคำนับให้แก่ท่านมหาราชครูผู้วายชนม์ทั้งน้ำตา เพื่อแสดงความขอบคุณที่ช่วยชีวิตของฟ่านซานเหอและเป็นการให้สัญญาว่าจะดูแลลั่วหลางหลางเป็นอย่างดี
ลั่วชิงยวนก้าวถอยหลังด้วยท่าทีอ่อนแรง นางยังไม่อยากเชื่อเลยว่าท่านมหาราชครูจะจากไปเช่นนี้จริง ๆ
หากท่านไม่ถูกต้อนเสียจนมุม ท่านมหาราชครูจะใช้วิธีสุดโต่งเช่นนั้นเพื่อช่วยเหลือฟ่านซานเหอได้อย่างไรกันเล่า
ตอนที่ท่านพบลั่วไห่ผิง ลั่วไห่ผิงเอ่ยสิ่งใดกับท่านกันแน่?
ยิ่งนางครุ่นคิดถึงเรื่องนั้นมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งปวดศีรษะมากขึ้นเท่านั้น
นางเกาะผนังอยู่หลายครั้งก่อนที่จะล้มลง
ทันใดนั้นก็มีวงแขนคู่หนึ่งเข้ามาโอบไหล่นางเอาไว้ จากนั้นก็น้ำเสียงทุ้มก็ดังก้องโสตของนาง…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...