ซูโหยวไม่มีทางเลือกนอกจากยอมแพ้แล้วถามว่า “อาการบาดเจ็บขององค์ชายห้าเป็นอย่างไรบ้าง? ดีขึ้นหรือไม่ขอรับ?”
หมอกู้ตอบว่า “หลังจากใช้โอสถชั้นเลิศ พระองค์ก็เกือบจะหายดีแล้ว แต่ก็ยังมีอาการอ่อนเพลียอยู่ตลอดและต้องใช้เวลาในการพักฟื้น”
“คราที่พระองค์ไม่ได้สติก็เอาแต่ครุ่นคิดเรื่องอาการบาดเจ็บของพระชายา มิทราบว่าพระชายาเป็นอย่างไรบ้างแล้ว?”
ซูโหยวตอบว่า "หมอกู้ พระชายาหาได้เป็นอันใดไม่ ได้โปรดทูลองค์ชายห้าว่าขออย่าได้ทรงเป็นกังวล มิฉะนั้นก็รังแต่จะหาเรื่องใส่ตน"
หลังจากซูโหยวพูดจบก็หันหลังเดินจากไป
ลั่วชิงยวนลดฝีเท้าแล้วรีบจากไป
นางซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความมืดมิด รอจนกระทั่งซูโหยวเดินจากไปก่อนจะย้อนกลับมาที่เรือนของตน
พลางรู้สึกสะเทือนใจอย่างถึงที่สุด
ฟู่อวิ๋นโจวได้รับบาดเจ็บเช่นนั้นหรือ?
มิน่า หลายวันมานี้นางจึงไม่เห็นเขาเลย
เขาถูกตัดนิ้วไปข้างหนึ่งใช่หรือไม่ หรือว่าฟู่เฉินหวนจะถูกใส่ความจนต้องโทษประหาร พวกเขาจึงตัดนิ้วของฟู่อวิ๋นโจวเพื่อข่มขู่ไทเฮาให้ปล่อยตัวเขา?
หลังจากครุ่นคิดเรื่องนั้นดูแล้ว นี่คือความเป็นไปได้เพียงประการเดียว
ภายนอกดูเหมือนฟู่อวิ๋นโจวกำลังพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บอยู่ในตำหนักอ๋อง แต่ทุกคนต่างก็ทราบกันดีว่า เขาถูกฟู่เฉินหวนชักเชิดเพื่อใช้เป็นข้อต่อรองในการควบคุมไทเฮา
ฟู่เฉินหวนถูกใส่ความและต้องโทษจำคุก
ส่วนฟู่อวิ๋นโจวย่อมต้องถูกตัดนิ้วไปข้างหนึ่งโดยมิอาจหลีกเลี่ยงเพื่อใช้ข่มขู่ไทเฮา
เพราะฉะนั้นต่อให้นางคิดหาทางช่วยฟู่เฉินหวนมิได้ แต่ไทเฮาก็น่าจะคำนึงถึงความเป็นความตายของฟู่อวิ๋นโจวและยอมปล่อยฟู่เฉินหวนไป
แต่หากไทเฮาใจไม้ไส้ระกำ พระนางก็อาจจะยอมสละชีวิตของฟู่อวิ๋นโจว
หลังจากนึกถึงเรื่องนั้นแล้ว นางก็ได้แต่รู้สึกสลดใจแทนฟู่อวิ๋นโจว การมีชะตาชีวิตที่มิได้อยู่ในกำมือของตนเอง ให้ความรู้สึกแบบไหนกันนะ
หวาดกลัว เป็นกังวลและตื่นตระหนกอยู่ตลอดเวลา
นางทอดถอนใจ
ซ่งเชียนฉู่ที่บังเอิญเดินออกมาจากห้องก็เห็นนางเป็นเช่นนี้เข้า “ไยท่านจึงถอนหายใจเล่า?”
ลั่วชิงยวนเล่าเรื่องที่เพิ่งจะพบเจอให้ฟัง
ซ่งเชียนฉู่เองก็รู้สึกสลดใจเช่นกัน “นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ฮูหยินลั่วยอมตกปากรับคำให้ตระกูลฟ่านไปจากเมืองหลวงก็ได้”
“นับตั้งแต่ครั้งอดีตกาล การช่วงชิงอำนาจมักจะเต็มไปด้วยการนองเลือดเสมอมา ผู้ที่สิ้นไร้ทางเลือกย่อมตกเป็นหินปูทางให้แก่ผู้กุมอำนาจ”
หลังจากนางพูดจบก็แววตามืดมน "หมอกู้ผู้นี้เพื่อสังหารข้าแล้ว ช่างทำได้ทุกอย่างจริง ๆ"
หมอกู้ผู้นี้อยู่ฝ่ายใดกันแน่? หรือว่าเขาเองก็มาจากตระกูลเหยียน?
หากเป็นเช่นนั้นจริง ตระกูลเหยียนก็นับว่ามีอำนาจมิใช่น้อยเลย
อย่างไรเสีย หมอกู้ก็เป็นคนสนิทของมารดาฟู่เฉินหวน ฉะนั้นเขาก็น่าจะเชื่อใจได้อย่างแน่นอน
สิ่งนี้ทำให้นางคิดออกมาได้เช่นนี้
หรือว่าลั่วไห่ผิงจะพบตัวคนที่ขโมยลูกแก้วหงส์เพลิง แต่เพราะหวั่นเกรงอำนาจของอีกฝ่าย เขาจึงมิกล้าล่วงเกินจึงต้องบีบให้ฟ่านซานเหอเข้ามาติดร่างแหใช่หรือไม่?
บีบคั้นให้ท่านมหาราชครูยอมรับความผิดจนต้องยอมปลิดชีพตนเพื่อช่วยเหลือฟ่านซานเหอกระนั้นหรือ?
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ นางก็โมโหเสียจนนั่งไม่ติดที่
นางคิดจะคำนวณชะตาของลั่วไห่ผิง แต่กลับจำได้เพียงแค่วันเกิดของเขาซึ่งอยู่ราว ๆ เดือนสามของปีหน้า
นางลุกขึ้นพลางกล่าวว่า "จือเฉา ออกมากับข้า!"
ไม่ว่าลั่วไห่ผิงจะมีเหตุผลอะไรก็ช่างจึงต้องบีบคั้นท่านมหาราชครูจนถึงแก่ความตาย นางก็ต้องล้างแค้นให้จงได้!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...