”ข้าวของพวกนี้ขายหมดเมื่อไหร่ พระชายาก็มารับเงินได้เลยขอรับ!”
ลั่วชิงยวนพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ข้ายังต้องตรวจสอบแล้วทำตำหนิของข้าวของพวกนี้สักหน่อย รบกวนเถ้าแก่เอาหมึกกับพู่กันมาให้ข้าที”
ถึงแม้ว่ายังมิได้จ่ายเงิน ทว่าเถ้าแก่ก็ไม่กลัวสักนิด อย่างไรเสียนี่ก็คือพระชายาอ๋องผู้สำเร็จราชการและบุตรีของอัครเสนาบดี ดังนั้นนางย่อมไม่มีทางเบี้ยวจ่ายอยู่แล้ว
จากนั้นเถ้าแก่ก็สั่งให้คนเอาหมึกกับพู่กันมาแล้วหันหลังเดินจากไป
ลั่วชิงยวนยกแจกันขึ้นมาดูแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า "จือเฉา ไปซื้อของให้ข้าที"
จือเฉาเข้ามาหาแล้วลั่วชิงยวนก็กระซิบสั่งการบางอย่าง
หลังจากนั้นจือเฉาก็เดินออกไป
จากนั้นลั่วชิงยวนก็ใช้พู่กันวาดอักขระเวทลงบนก้นแจกัน
ซ่งเชียนฉู่ผู้ไม่เข้าใจอะไรสักอย่างจึงนั่งกินของว่างพลางถามว่า “ข้าวของที่ท่านซื้อให้ลั่วไห่ผิง จักนำพาโชคร้ายมาให้เขากระนั้นหรือ?”
ลั่วชิงยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า “มิใช่เพียงโชคร้ายเท่านั้นหรอก”
ซ่งเชียนฉู่เข้ามาดูใกล้ ๆ ก็นึกขึ้นได้ “ดูเหมือนอักขระเวทพวกนี้ของเจ้าจะแตกต่างกันไปตามแต่ข้าวของแต่ละชิ้นหนา”
ลั่วชิงยวนผงกศีรษะ “แจกันตั้งพื้นวางอยู่มุมห้องและเครื่องประดับชิ้นเล็ก ๆ วางอยู่บนหิ้งโบราณ พวกมันจะถูกวางอยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างกันไป มีเพียงเสริมอักขระเวทที่ต่างกันเข้าไปจึงจะก่อให้เกิดพลังขึ้นมาได้”
เมื่อซ่งเชียนฉู่ได้ยินเช่นนี้เข้าก็รู้สึกตกตะลึง “เช่นนั้นท่านจึงบังเกิดความคิดเรื่องตำแหน่งที่วางข้าวของพวกนี้มาตั้งแต่แรกใช่หรือไม่?”
“แต่ถ้าหากลั่วไห่ผิงมิได้จัดวางตามตำแหน่งที่ท่านว่ามาเล่า?”
ลั่วชิงยวนจึงตอบว่า “การจัดวางเอาไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้องก็รังแต่จะเพิ่มพลังงานลบแล้วทำลายฮวงจุ้ยของบ้านให้เร็วขึ้น หากมิจัดวางเอาไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้องยังจะดีเสียกว่า”
หลังจากวาดเสร็จ จือเฉาก็กลับมาพอดี
นางหยิบถุงใบเล็กออกมาแล้วเทลงบนโต๊ะ บนนั้นเต็มไปด้วยเข็มสองหัวและใบมีดบางเฉียบ
นางค่อย ๆ ใช้ด้ายแดงมัดเข็มสองหัวและใบมีดบางเฉียบเข้าด้วยกัน
ซ่งเชียนฉู่กับจือเฉาเองก็ช่วยด้วย
หลังจากมัดเสร็จแล้ว พวกนางก็ใช้แป้งเปียกติดใบมีดเอาไว้ตรงแจกัน
หากเครื่องประดับบางชิ้นไม่มีช่องอยู่ด้านบนให้ซ่อนใบมีด พวกนางก็จะติดใบมีดเอาไว้ตรงฐานไม้เพื่อซุกซ่อนเอาไว้
ทว่านางกลับบังเอิญพบฟู่เฉินหวนที่เพิ่งจะกลับเข้ามาในลาน
ยามที่เขาหันมามองนาง ลั่วชิงยวนก็เห็นแววอ่อนล้าหนักหน่วงในดวงตาของเขา
ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วเงียบไปสักพัก
จากนั้นฟู่เฉินหวนก็เอ่ยเสียงทุ้มทำลายความเงียบขึ้นมาว่า “มาเดินเล่นกับข้าสักหน่อยสิ”
น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างหาได้ยากยิ่ง
ลั่วชิงยวนผงกศีรษะ
จากนั้นจือเฉากับซ่งเชียนฉู่ก็ขอตัวก่อน
ลั่วชิงยวนออกมานอกประตูพร้อมกับฟู่เฉินหวนแล้วเดินไปตามท้องถนนอันกว้างใหญ่ เสียงฝีเท้าอันแสนเบาของทั้งสองคนเริ่มดังขึ้นพร้อมกัน
หิมะโปรยปรายจากท้องนภาอีกครั้ง
ทันใดนั้นเขาก็หยุดฝีเท้าแล้วเอื้อมมือไปหาลั่วชิงยวน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...