เขาสวมเสื้อคลุมให้นาง
ความใกล้ชิดเช่นนั้นทำเอาลั่วชิงยวนหัวใจเต้นรัว
“อาการบาดเจ็บของเจ้ายังไม่หายดี ระวังอย่าให้จับไข้เอาได้”
น้ำเสียงของฟู่เฉินหวนฟังดูเฉยชาและหาได้มีวี่แววของความห่วงใยสักกระผีก แต่คำพูดกับการกระทำกลับเผยให้เห็นความห่วงใยออกมาอยู่บ้าง
สิ่งนี้ทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกขึ้นมาทันที
นางรู้สึกไม่สบายใจที่ฟู่เฉินหวนเป็นเช่นนี้
ฟู่เฉินหวนยังคงเดินเข้ามาหาพลางกล่าวว่า “ฟ่านซานเหอถูกปล่อยตัวแล้ว”
“คำสารภาพของท่านมหาราชครูถูกส่งมาที่ราชสำนักแล้ว ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาให้เรื่องยุติลงเพียงเท่านี้ เนื่องจากท่านมหาราชครูกรำงานหนักและสร้างคุณูปการเอาไว้มากมาย ท่านมหาราชครูจึงไม่ต้องโทษและตระกูลของท่านก็มิต้องพลอยต้องโทษไปด้วย"
“อนุญาตให้เหล่าข้าราชบริพารไปส่งท่านมหาราชครูได้”
น้ำเสียงที่ฟู่เฉินหวนเอ่ยฟังดูหนักอึ้งเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้เข้า นางก็รู้สึกตื่นตระหนก “ไยท่านจึงไม่ไต่สวนเพิ่มเติมเล่าเพคะ? จะปล่อยให้ผู้ที่บีบคั้นท่านมหาราชครูจนถึงแก่ความตายลอยนวลไปเช่นนั้นหรือ?”
น้ำเสียงของฟู่เฉินหวนออกจะอับจนหนทางอยู่บ้าง “หลังจากผ่านไปหลายวัน หลักฐานก็ถูกกำจัดทิ้งหมดแล้ว ฟ่านซานเหอขายลูกแก้วหงส์เพลิงให้สหาย แต่สหายที่เขาว่ากลับตายเสียแล้ว”
“เหลือเพียงแค่ศพของผู้ดูแลต้องสงสัยที่รับผิดชอบเรื่องพิธีเซ่นไหว้หอบรรพบุรุษ”
“ขืนตอนนี้พวกเราไต่สวนไป ก็ไม่พบสิ่งใดอยู่ดี”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้ นางก็กำหมัดแน่น
เขาจึงขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้ใดเป็นคนกระจายข่าวเรื่องพบลูกแก้วหงส์เพลิงของจริง? ใช้เวลาเพียงคืนเดียว อีกฝ่ายก็โยนความผิดให้ฟ่านซานเหอเป็นแพะรับบาปได้แล้ว!”
ฟู่เฉินหวนเงียบไปชั่วขณะพลางตอบว่า "ลั่วไห่ผิง"
“กลางดึกหลังเจ้าเข้าวังไปแล้ว ลั่วไห่ผิงก็ไปหาเจ้ากรมธรรมการแล้วพวกเขาสองคนก็ร่วมมือกันดำเนินการไต่สวนเรื่องลูกแก้วหงส์เพลิงที่ถูกชิงเอาไป”
“ยามนั้นน่าจะเป็นตอนที่ปล่อยให้ความลับรั่วไหล”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้เข้าก็ถึงกับกัดฟันด้วยความเกลียดชัง เป็นลั่วไห่ผิงอีกแล้ว!
ท่านมหาราชครูโดนลั่วไห่ผิงทำร้ายเข้าแล้ว!
"ลั่วไห่ผิงสู้อุตส่าห์เอ่ยถึงเรื่องที่ลูกแก้วหงส์เพลิงถูกชิงเอาไปเสียเองดีกว่าถูกผู้อื่นเปิดโปง คราวนี้ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ต้องโทษ ทว่ากลับได้ความชอบอีกต่างหาก"
น้ำเสียงของลั่วชิงยวนพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา “หม่อมฉันย่อมต้องดูแลตัวเองอยู่แล้ว ไม่ขอรบกวนให้ท่านอ๋องต้องเป็นห่วง!"
หลังจากนางพูดจบก็หันหลังเดินจากไป
ฟู่เฉินหวนรู้สึกตื่นตกใจพลางหันกลับไปมองแผ่นหลังอันแน่วแน่ของนาง จากนั้นก็สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไปด้วยอย่างมีโทสะ
ท่ามกลางหิมะตกหนักบนฟากฟ้าและหิมะสีขาวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เงาร่างทั้งสองสายต่างเดินแยกจากกันแล้วค่อย ๆ หายลับไป
……
ในวันจัดพิธีศพของท่านมหาราชครู เหล่าผู้สูงศักดิ์และข้าราชบริพารในเมืองหลวงต่างมาแสดงความไว้อาลัย
จำนวนผู้คนที่มามิด้อยไปกว่าตอนที่ลั่วหลางหลางออกเรือนเลยสักนิด
เพียงแต่ชวนให้ผู้คนรู้สึกว่าจวนมหาราชครูเพิ่งจัดงานมงคลได้ไม่นาน กลับต้องจัดพิธีศพอีกครั้งเสียแล้ว
ลั่วชิงยวนเข้ามาในโถงเคารพศพแทบจะพร้อม ๆ กับลั่วเยวี่ยอิง
พวกนางสองคนมองหน้ากันโดยมิได้เอ่ยวาจาให้มากความ พวกนางต่างมาที่นี่เพื่อจุดธูปแสดงความเคารพท่านมหาราชครู

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...