ลั่วชิงยวนตั้งอกตั้งใจฟัง
ลั่วหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมาว่า “ตระกูลลั่วของพวกเราล่วงเกินผู้ใดสักคนเข้าแล้ว!”
“เรื่องทั้งหมดนี้มีสาเหตุมาจากเหตุการณ์เมื่อครั้งนั้น!”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนนี้เข้า นางก็ถึงกับตัวสั่นสะท้าน "พวกเราไปล่วงเกินผู้ใดเข้าหรือเจ้าคะ?"
ลั่วหรงส่ายหน้าแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ความนึกคิดของนางย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน จากนั้นก็ค่อย ๆ เอ่ยขึ้นมาว่า “เมื่อสามปีก่อน มีคนพานักพรตเต๋ารูปหนึ่งมาเยือนถึงหน้าประตูแล้วบอกว่าหลุมฝังศพของมารดาข้าตั้งอยู่ในจุดบอดของฮวงจุ้ย เรียกได้ว่าอาจจะส่งผลต่อชะตาของตระกูลลั่วของพวกเราทั้งตระกูลก็ว่าได้”
“พวกเขาเกลี้ยให้พวกเราย้ายหลุมฝังศพแล้วขายที่ดินให้”
“บิดากับข้าไม่เชื่อเรื่องนี้ ดังนั้นพวกเราจึงไม่ยอมตอบตกลง ต่อมาก็เกิดเรื่องขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าและมีคนคิดจะซื้อที่ดินของพวกเรา”
“พวกเขาถึงขั้นบอกว่าจะช่วยพวกเราย้ายหลุมศพไปยังสถานที่ที่มีฮวงจุ้ยดี ๆ อีกด้วย”
“ข้ารู้สึกว่าผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเรื่องพวกนี้เป็นคนเดียวกัน ข้ามิรู้ว่าพวกเขามีเจตนาอันใดกันถึงอยากได้ที่ดินจนถึงขั้นยอมขุดหลุมฝังศพมารดาของข้า”
“ข้าย่อมปฏิเสธอยู่แล้ว!”
“จากนั้นนักพรตเต๋าก็กลับมาอีกครั้งแล้วบอกว่า ภายในสามปี ตระกูลของพวกเราจะมีเรื่องทุกข์ร้อนและคนในตระกูลจะต้องแดดิ้น!”
“บัดนี้ถ้าคำนวณดูแล้ว ก็สามปีแล้วจริง ๆ”
หลังจากลั่วชิงยวนได้ฟัง นางก็ขมวดคิ้วทันที “มีเรื่องเช่นนั้นด้วยหรือเจ้าคะ? ท่านอา ไยก่อนหน้านี้ท่านถึงมิบอกข้าเล่า!”
ลั่วหรงถอนหายใจ “เรื่องที่เกิดขึ้นในงานฉลองวันเกิดของท่านปู่เจ้าเมื่อคราวก่อน ทำให้ข้าตระหนักได้ว่ามีผู้ใดสักคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนั้น”
“วันนั้นยามที่อยู่ในห้องตำรา ข้ามิอยากเล่าให้เจ้าฟัง ที่จริงเป็นเพราะมันเกี่ยวพันถึงการก่อกบฏในวังหลวง”
“ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คิดจะใช้ข่าวลือเรื่องอภินิหารพวกนี้มาทำร้ายฟู่เฉินหวน! ดังนั้นพวกเขาย่อมไม่ละเว้นจวนมหาราชครูเช่นกัน”
จากนั้นลั่วหรงก็เล่าเรื่องการก่อกบฏในวังหลวงให้ฟังอีกครั้ง
ลั่วชิงยวนได้ทราบเรื่องวุ่นวายในวังหลวงตั้งแต่เมื่อครั้งที่ฟู่เฉินหวนเมามาย ทว่ากลับไม่ครบถ้วนสมบูรณ์เท่ากับสิ่งที่ท่านป้าลั่วหรงเล่าให้ฟังในคราวนี้
นางมั่นใจว่ายิ่งว่ามีผู้ใดสักคนวางแผนเพื่อสังหารองค์ชายและสนมทั้งหลาย หมายโยนความผิดให้แก่พระชายาหลีผู้เป็นพระมารดาของฟู่เฉินหวน
ลั่วหรงถอนหายใจแรง ๆ
ถึงแม้ว่านางอยากจะปกป้องเด็กพวกนี้ ทว่ากลับไร้อำนาจเสียแล้ว
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว “เช่นนั้นท่านอาจึงคิดว่าเป็นตระกูลเหยียนที่ต้องการที่ดินผืนนั้น จนถึงขั้นเกลี้ยกล่อมให้ท่านย้ายหลุมฝังศพออกไปใช่หรือไม่เจ้าคะ?"
“พวกเขาวางอุบายเพื่อให้ได้ที่ดินผืนนั้นมา เพราะคิดจะกำจัดจวนมหาราชครูไปพร้อม ๆ กันใช่หรือไม่?”
ลั่วหรงพยักหน้า “บิดาของข้าจากไปแล้ว ลำพังแค่คำพูดเพียงไม่กี่คำของลั่วไห่ผิงก็ทำให้บิดาของข้ายอมปลิดชีพตนเอง ท่านน่าจะตระหนักถึงอันตรายที่แอบแฝงอยู่เบื้องหลังจึงคิดจะหาทางรอดให้อนุชนรุ่นหลัง”
“อีกไม่กี่วันข้าจักย้ายหลุมฝังศพของมารดาไปอยู่รวมกับหลุมฝังศพของบิดา หวังว่าพวกเขาจักยอมละเว้นอนุชนรุ่นหลังของตระกูลลั่วไป”
ลั่วหรงเกรงว่าหากไม่มีนางแล้ว บุตรีคงหามีชีวิตที่ดีอันใดไม่
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า “ท่านอาเจ้าคะ พาข้าไปดูที่ดินผืนนั้นสักครั้งเถิด”
ฮวงจุ้ยเช่นใดกันที่ทำให้ตระกูลเหยียนถึงขั้นคิดจะขุดรากถอนโคนจวนมหาราชครู?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...