ฟู่เฉินหวนมิตอบคำ ทว่ากลับกระตุ้นม้าขึ้นเขา
ตลอดทางยังหลงเหลือเศษกระดาษเงินกระดาษทองที่เผาไหม้แล้วอยู่มากมาย
ลั่วชิงยวนรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
นี่คือทางไปหลุมฝังศพท่านมหาราชครูในวันนี้
เขากำลังจะไปเยี่ยมหลุมฝังศพของท่านมหาราชครูกระนั้นหรือ?
ฟู่เฉินหวนควบม้าห่างออกไปไม่ไกลจากหลุมฝังศพของท่านมหาราชครูตามทีคาดคิดเอาไว้
ทันใดนั้นเขาก็ยื่นแขนออกมาโอบรอบเอวของลั่วชิลงยวน
นางรีบขืนตัวพลางกล่าวว่า "หม่อมฉันลงเองได้!"
ฟู่เฉินหวนปล่อยนาง จากนั้นก็พลิกตัวลงจากหลังม้าก่อน
ลั่วชิงยวนคิดจะกระโดดลงอย่างสง่างาม แต่เมื่อคำนึงถึงรูปร่างของตนเองก็ตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผยตัวตนออกมา นางจึงคว้าอานม้าแล้วค่อย ๆ ลงจากหลังม้า
ระหว่างที่นางย่ำลงบนหิมะก็ซวนเซไปบ้าง
ฟู่เฉินหวนเอื้อมมือออกไปช่วยประคองนางเอาไว้โดยไม่รู้ตัว
ลั่วชิงยวนกลับไม่ยอมให้เขาแตะต้องแล้วรีบหลบหลีกไป
เกรงว่าเขาคงเห็นเข้าแล้ว นางจึงแสร้งต้องลมเย็นจนเริ่มไอขึ้นมา
ฟู่เฉินหวนมองนางด้วยสายตาล้ำลึกแล้วจูงม้าไปข้างหน้า
ลั่วชิงยวนตามเขามาที่หลุมฝังศพของท่านมหาราชครู
ม้าค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้หลุมฝังศพของท่านมหาราชครู จากนั้นมันก็เอาศีรษะถูไถกับป้ายหลุมศพเบา ๆ
ลั่วชิงยวนรู้สึกตะลึงงัน
ฟู่เฉินหวนเอามือไพล่หลังพลางกล่าวว่า “ม้าตัวนี้อยู่กับท่านมหาราชครูมากนานหลายปี มันมีชื่อว่าฉางเซี่ยว”
“ฉางเซี่ยวแก่แล้วก็เลยถูกขังเอาไว้ในคอกม้า จู่ ๆ วันนี้ก็วิ่งพรวดพราดออกมา ชะรอยมันคงจะถูกอะไรสักอย่างกระตุ้นเข้า”
“ในเมื่อมันออกมาแล้ว ก็ให้มันได้อยู่กับท่านมหาราชครูเถิด”
ฟู่เฉินหวนเอ่ยกับตนเอง ดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยแววระทมทุกข์
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินสิ่งที่เขาพูด นางก็รู้สึกสะเทือนใจ
น้ำเสียงของฟู่เฉินหวนมีวี่แววอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง
ฉางเซี่ยวเดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าหลุมฝังศพของท่านมหาราชครู บางครั้งก็หยุดฝีเท้าแล้วเหลียวมอง ราวกับมีน้ำตาแห่งความไม่ยินยอมคลอขังอยู่ในดวงตาของมัน
ลั่วชิงยวนเองก็ยืนอยู่เป็นนาน
ฟู่เฉินหวนส่งนางตรงประตูตำหนัก จากนั้นก็พาฉางเซี่ยวกลับจวนมหาราชครู
ข่าวเรื่องที่พวกเขาสองคนขี่ม้าตัวเดียวกันกลับเข้าเมืองอย่างผ่อนคลายสบายใจ พลันล่วงรู้ถึงหูของลั่วเยวี่ยอิงทันที
ลั่วเยวี่ยอิงที่กำลังทายา โมโหจนถึงขั้นทุบโต๊ะ
“ดูเหมือนว่าข้าจักออกจากตำหนักอ๋องมิได้เสียแล้ว ขืนข้ายังออกมา นังสารเลวนั่นก็คงฉวยโอกาสเอาเปรียบข้าเป็นแน่!”
“ลั่วอวิ๋นสี่ นังคนโง่งมผู้นี้ ข้าสั่งให้นางไปกำจัดลั่วชิงยวน แต่กลับไปกระตุ้นให้ความสัมพันธ์ระหว่างลั่วชิงงยวนกับท่านอ๋องดีขึ้นมา!
ลั่วเยวี่ยอิงโกรธจัดที่เรื่องราวต่างไปจากสิ่งที่นางคาดคิดเอาไว้!
นางควรจะทำเช่นไรดี! คราวนี้จะเฉดหัวลั่วชิงยวนไปจวนนอหเมืองได้อีกหรือ?
ลั่วเยวี่ยอิงโมโหเสียจนนอนไม่หลับไปทั้งคืน
……
ซ่งเชียนฉู่พักอยู่ในตำหนักอ๋องเสียหลายวัน ดังนั้นวันนี้นางจึงตัดสินใจกลับมาที่ร้าน
ลั่วชิงยวนได้เขาช่วยชีวิตเอาไว้ ต่อไปก็ต้องดูแลเขาให้ดี ซ่งเชียนฉู่ย่อมไม่มีเหตุผลให้อยู่อีกต่อไป
คืนนั้นหลังจากกินโอสถแล้ว ลั่วชิงยวนก็หยิบดวงแก้วที่พันด้วยเชือกอักขระออกมาในท้ายที่สุด
“จือเฉา ไปเฝ้าประตูเอาไว้อย่าให้ผู้ใดเข้ามา” ลั่วชิงยวนกล่าวพลางมอบยันต์ให้จือเฉา จากนั้นค่อยเอ่ยเสริมขึ้นมาว่า “ติดเอาไว้บนประตู ไม่ว่าเจ้าจะได้ยินเสียงอะไรก็ห้ามเข้ามาเป็นอันขาด!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...