จือเฉาพยักหน้าแล้วปฏิบัติตามคำสั่งของนาง
เมื่อประตูปิดลง
ลั่วชิงยวนก็หยิบยันต์ออกมาเผาจนกลายเป็นเถ้าธุลี จากนั้นก็ยกมือโปรยเถ้าธุลีให้เป็นวงลงบนโต๊ะ
นางกำลังจะแกะโซ่อักขระออก
ทันใดนั้นก็มีเงาดำกระโจนออกมา เล็บแหลมคมกับนิ้วมือซีดขาวปรากฏต่อหน้าต่อตาลั่วชิงยวนแล้วมุ่งเป้ามาที่นางทันที
แววตาของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นเยียบเย็น และดึงโซ่อักขระกลับทันใด
เผยให้เห็นเฉพาะร่างท่อนบนของเงาดำ
ลั่วชิงยวนคว้าจับส่วนที่เหลืออยู่ของโซ่อักขระเอาไว้แน่น
เงาดำแยกเขี้ยวกางกรงเล็บพลางคำรามใส่นาง เสียงแหลมทะลุทะลวงราวกับจะแผ่ซ่านเข้าไปในเยื่อแก้วหู เผยให้เห็นความเศร้าโศกอย่างสุดซึ้ง
ลั่วชิงยวนรู้ว่าอีกฝ่ายไร้สติสัมปชัญญะโดยสิ้นเชิง เงาร่างดังกล่าวได้แต่ปลดปล่อยความแค้นอันแรงกล้าและต่อสู้อย่างไร้เหตุผล
หุ่นเชิดที่ถูกผู้ใดสักคนพรากเอาสติสัมปชัญญะไป
ย่อมขาดสติจนไม่สามารถสื่อสารได้ จนเหลือเพียงแค่ความสามารถในการสังหารคนเท่านั้น
ลั่วชิงยวนได้ตระเตรียมห้องเอาไว้โดยถี่ถ้วนแล้ว นางคว้าข้าวสารกำมือหนึ่งขึ้นมาวาดสัญลักษณ์แห่งการชำระล้างทั้งสามรูปแบบแล้วใส่ลงไปในถัง
จากนั้นนางก็ค่อยคว้าข้าวสารกำมือหนึ่งแล้วซัดใส่เงาดำ
ทันทีที่โดนข้าวสารปะทะใส่ หมอกดำนับไม่ถ้วนที่เผยออกมาก็ถูกแผดเผาจนกลายเป็นเปลวเพลิงกองย่อม ๆ
เงาดำกรัดร้องด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวมากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับถูกแล่เนื้อเถือหนัง
ทั้ง ๆ ที่นางซัดข้าวสารหมดถังแล้ว แต่เงาดำก็ยังคงเต็มไปด้วยวิญญาณร้าย
ช่างเป็นความแค้นที่รุนแรงเสียจนไม่อาจจัดการได้ในชั่วเวลาอันสั้น!
เกรงว่ามีเพียงค้นหาสติสัมปชัญญะที่ถูกพรากเอาไป บางทีเงาร่างดังกล่าวอาจจะรู้สึกตัวขึ้นมาบ้างก็ได้
สิ่งที่ถูกกักขังอยู่ในหุ่นเชิดตัวนี้รุนแรงยิ่งกว่าพวกหุ่นเชิดเมื่อก่อนหน้านี้เสียอีก คงมิได้ปลุกกระตุ้นขึ้นมา
หากได้เงื่อนงำบางอย่างจากปากของอีกฝ่าย ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับตัวนาง
ทว่ายามนี้เกรงว่าไม่น่าจะได้เงื่อนงำอะไรแล้ว
ทุกคนต่างตื่นตกใจแล้วถอยหลังด้วยความหวาดกลัว
“นี่มันเรื่องอันใดกัน?!”
ลั่วหรงเองก็เองก็ก้าวถอยหลังพลางถามว่า "เกิดอันใดขึ้นกันแน่?"
เมื่อลั่วชิงยวนเข้ามาดูใกล้ ๆ ก็พบว่า... มีปลวกอยู่บนพื้นดิน!
นางรู้สึกสันหลังเย็นวาบขึ้นมาทันที ฮวงจุ้ยและดินตรงนี้ไม่ควรจะมีปลวก!
“เร็วเข้า! รีบขุดออกไปซะ!” ลั่วชิงยวนสั่งการด้วยความร้อนใจ
ทุกคนไม่มีทางเลือกนอกจากขุดกันต่อไปครั้งแล้วครั้งเล่า กลับพบปลวกจำนวนนับไม่ถ้วน
ชวนให้ทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้รู้สึกหนังศีรษะชาหนึบ!
เมื่อขุดอาณาบริเวณโดยรอบจนเกือบหมดก็เผยให้เห็นโลงศพ ทว่าทุกคนกลับหน้าเปลี่ยนสีไปมาก
เป็นหน่วยวัดของจีนมีความยาวเท่ากับ 500 เมตร ตัวอักษรจีนของคำว่า ลี้ (里) ประกอบขึ้นตัวอักษรสองคำคือ คำว่า เถียน (田, tián) ที่แปลว่าทุ่งนา กับคำว่า ถู่ (土, tǔ) ที่แปลว่าดิน ซึ่งกล่าวถึงว่าหนึ่งลี้เป็นระยะทางระหว่างหมู่บ้านในสมัยก่อน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...