ฟู่เฉินหวนตั้งใจสั่งคนเตรียมของกำนัลให้ลั่วชิงยวนโดยเฉพาะ เพราะเขารู้ว่านางเกลียดลั่วไห่ผิง นางไม่มีทางเลือกของกำนัลแน่
เขาให้คนเตรียมเผื่อ เพราะอยากรับมือให้ผ่าน ๆ ไป มิคิดว่านางจะเป็นการตอบสนองเช่นนี้ กลับกลายเป็นเขาที่ตัดสินใจโดยคิดไปเอง!
“ลั่วชิงยวน! ข้าเตือนเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย! อย่าได้มีความคิดเหลวไหล! เจ้าอยากตายย่อมได้ แต่อย่ากระทบถึงตำหนักอ๋อง!”
โทสะฟู่เฉินหวนปะทุ จึงเอ่ยพูดคำรุนแรงอย่างควบคุมไม่ได้
ขณะนี้เอง ร่างตรงทางแยก ในที่สุดก็เดินออกมา
จับฟู่เฉินหวนที่กำลังโมโหไว้ และพูดปลอบเสียงเล็ก “ท่านอ๋อง ไม่ทรงกริ้วหนาเพคะ วันนี้มีแขกมากหลายเช่นนี้ หากมีผู้ประสงค์ร้ายได้ยินเข้า เกรงว่าจะซุบซิบนินทาเรื่องของท่านและท่านพี่อีกนะเพคะ”
ลั่วเยวี่ยอิงท่าทีเข้าใจหัวอกผู้อื่น ทำลั่วชิงยวนที่อยู่อีกด้านดูไม่มีเหตุผลขึ้นมา
ฟู่เฉินหวนเห็นลั่วเยวี่ยอิง น้ำเสียงผ่อนลงในทันที “มิเป็นไร”
ลั่วเยวี่ยอิงพยักหน้า นางกวาดตาลง เอ่ยพูดอย่างเป็นห่วงด้วยเสียงแผ่วเบา “ช่วงนี้หม่อมฉันมิได้ไปที่ตำหนัก มิรู้ว่าบาดแผลของท่านอ๋องเป็นเยี่ยงไรบ้างเพคะ?”
ฟู่เฉินหวนเอ่ยตอบ “มิเป็นไร แค่แผลเล็ก”
ลั่วเยวี่ยอิงมองไปที่เขาด้วยความปวดใจ “ท่านอ๋องดีเสียจริง ทำเพื่อท่านพี่มากเช่นนี้ หม่อมฉันบอกแล้ว ท่านเป็นคนใส่ใจคนของท่าน”
ลั่วเยวี่ยอิงพูดไปพร้อมเผยยิ้มอ่อนโยน
ความหมายนัยน์ของนางมิใช่ว่า ฟู่เฉินหวนทำเพื่อลั่วชิงยวนมากเช่นนี้ แต่ลั่วชิงยวนกลับมิเห็นค่างั้นหรือ?
หากเป็นผู้อื่น คงขอบคุณกราบแนบแทบเท้าแล้ว
ลั่วชิงยวนเห็นทั้งคู่ตอบโต้หวานซึ้งกันในใจนางพลันรู้สึกอึดอัดเป็นที่สุด
จึงสะบัดแขนเสื้อและเดินจากไป
มิเห็นก็มิรำคาญใจ!
เห็นนางจากไป มุมปากของลั่วเยวี่ยอิงกระตุกเป็นรอยยิ้มได้ใจ นางกล่าวอย่างอ่อนโยนต่อ “ขอบคุณท่านอ๋องที่เชื่อใจท่านพ่อของหม่อมฉัน การจากไปของท่านมหาราชครู หม่อมฉันเองก็รู้สึกเศร้าโศกนักเพคะ”
ในที่สุดผู้หนุนหลังลั่วชิงยวนก็ตายไปคนหนึ่ง บัดนี้ใครจะคุ้มครองนางได้อีก
ในใจลั่วเยวี่ยอิงยิ่งคิดยิ่งรู้สึกสะใจ
“ไม่มีคนรังแกข้า แม่นม ผ่านช่วงนี้ไป ข้าส่งคนมารับท่านออกไปดีหรือไม่? พักใกล้ ๆ กับข้า เช่นนั้นข้าจักสามารถไปเยี่ยมท่านบ่อย ๆ”
แม่นมกู้ตอบอย่างปรีดา “ดีสิ แม่นมอายุมากเช่นนี้ รอบข้างก็ไม่มีใครให้คุยด้วย สุดท้ายตอนจากไป มีท่านส่งบ่าว บ่าวก็ตายตาหลับแล้ว”
“แม่นมอย่าพูดเช่นนี้ ร่างกายของท่านยังดีอยู่ จากไปกระไรกัน”
นางอยู่เป็นเพื่อนแม่นมในเรือนพักหนึ่ง เมื่อถึงเวลานางจึงจากไป
นางเดินเล่นในเรือนชั้นในรอบหนึ่ง เห็นคนใช้ได้ส่งของกำนัลเหล่านั้นเข้าไปในห้องตำราแล้ว
บัดนี้ รอให้ลั่วไห่ผิงเริ่มซวยเถอะ
จากนั้นก็รอรับแม่นมกู้ออกจากจวน
หลังจากจวนอัครมหาเสนาบดีไป ลั่วชิงยวนและฟู่เฉินหวนนั่งอยู่ในรถม้าด้วยกัน พวกเขามิได้เอ่ยพูดกันแม้แต่คำเดียว บรรยากาศภายในรถม้า หนักอึ้งเป็นอย่างมาก
จวนถึงหน้าประตูตำหนักอ๋อง จู่ ๆ ฟู่เฉินหวนจึงเอ่ยปาก “วันนี้เป็นเพราะ…”
เขาคิดมาตลอดทาง สุดท้ายจึงตัดสินใจบอกลั่วชิงยวน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...